การนำทางและเนื้อหา
คุณอยู่ที่  ไทย
หรือ เลือกประเทศอื่น

ใส่ใจในทุกขั้นตอนการบรรจุหีบห่อ

เรียนรู้วิธีการบรรจุหีบห่ออย่างถูกต้อง เพื่อให้พัสดุถึงปลายทางอย่างปลอดภัยทุกครั้ง

DHL Express มุ่งมั่นดูแลทุกการจัดส่ง เพื่อให้พัสดุของคุณถึงปลายทางตรงเวลาและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ การบรรจุสินค้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้พัสดุของคุณเดินทางถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัย วิธีการบรรจุสินค้าอย่างถูกต้องมีดังนี้

คำแนะนำทั่วไปสำหรับการบรรจุหีบห่อ

ประเมินลักษณะของสินค้า

ตรวจสอบน้ำหนัก ความเปราะบาง มูลค่าของสินค้า และข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนทำการบรรจุหีบห่อ เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับประเภทของสินค้า: สินค้าที่มีน้ำหนักมากควรใช้กล่องที่แข็งแรงเป็นพิเศษ สินค้าที่เปราะบางต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ

เลือกกล่องและวัสดุที่เหมาะสม

ใช้กล่องลูกฟูกคุณภาพสูงที่มีการป้องกันสองชั้นหรือสามชั้นสําหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากหรือเปราะบาง  หลีกเลี่ยงการนำกล่องเก่ามาใช้ซ้ำหรือกล่องที่เสื่อมสภาพ ตรวจสอบสัญลักษณ์หรือข้อมูลที่ผู้ผลิตระบุบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่ากล่องมีความแข็งแรงและโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับการจัดส่งสินค้า หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามผู้จำหน่ายกล่องหรือบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติม เลือกขนาดที่เหมาะสม – กล่องที่มีพื้นที่ว่างมากเกินไปอาจยุบตัวได้ ขณะที่กล่องที่บรรจุแน่นเกินไปอาจฉีกขาด

บรรจุสินค้าอย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องสิ่งของภายใน

DHL Express มีวัสดุและอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายและผ่านการทดสอบคุณภาพแล้ว หากคุณต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของคุณเอง โปรดปฏิบัติตามคําแนะนําต่อไปนี้:

วางสินค้าไว้บริเวณกึ่งกลางกล่อง โดยเว้นระยะอย่างน้อย 6 ซม. จากด้านข้างและมุมกล่องทุกด้าน

หากคุณส่งของหลายชิ้นในกล่องเดียว ควรห่อสินค้าแต่ละชิ้นแยกกัน และใช้กระดาษลูกฟูกหรือแผ่นกั้นเพื่อแยกสินค้า

เติมพื้นที่ว่างภายในกล่องทั้งหมดด้วยวัสดุกันกระแทก เช่น เม็ดกันกระแทก พลาสติกกันกระแทก กระดาษย่น หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเคลื่อนตัวระหว่างการขนส่ง

ปิดผนึกกล่องอย่างถูกวิธีด้วยเทปกาว

การเลือกใช้เทปกาวที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ใช้เทปกาวชนิดไวต่อแรงกด (Pressure-Sensitive Tape) เช่น เทปปิดกล่องสีน้ำตาลชนิดพลาสติก เทปพันสายไฟชนิดไวนิล หรือเทปผ้า (Duct Tape)
ห้ามใช้เทปกระดาษคราฟท์ เทปเซลโลเฟน หรือเชือก

ใช้วิธีปิดเทปแบบรูปตัว H (H-Taping): โดยติดเทป 1 เส้นตามแนวรอยต่อกึ่งกลางกล่อง และอีก 2 เส้นตามแนวรอยต่อด้านข้าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทปกาวทุกจุดยึดติดกับกล่องอย่างแน่นหนา

ติดฉลาก

เพื่อให้ชิปเมนต์ของคุณเคลื่อนผ่านเครือข่ายการขนส่งของเราได้อย่างรวดเร็ว โปรดติดฉลากการจัดส่งให้แน่นหนาบนด้านบนสุดของกล่อง (ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจัดวางชิปเมนต์ให้อยู่ในแนวตั้งตลอดกระบวนการขนส่ง)

หลีกเลี่ยงการติดฉลากอื่นๆ บนพื้นผิวเดียวกับฉลากการจัดส่ง เราไม่แนะนําให้ใช้กล่องเก่าที่เคยใช้งานแล้ว แต่หากจำเป็น ควรลอกฉลากการจัดส่งเดิมออกให้หมด

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฉลากการจัดส่งมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งหมดและไม่ติดทับบริเวณรอยต่อของกล่อง อย่าให้เทปกาว เอกสาร หรือฉลากอื่นๆ ปิดทับฉลากการจัดส่งเด็ดขาด

ใส่ฉลากการจัดส่งสำรองไว้ภายในพัสดุ วิธีนี้ช่วยให้เราสามารถระบุและติดตามพัสดุของคุณได้ ในกรณีที่ฉลากการจัดส่งหลักหลุดออกจากพัสดุ ใช้ซองพลาสติกใสแบบมีกาวในตัวสําหรับเอกสารที่ต้องติดไว้ภายนอกกล่อง

ประเมินลักษณะของสินค้า

ตรวจสอบน้ำหนัก ความเปราะบาง มูลค่าของสินค้า และข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนทำการบรรจุหีบห่อ เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับประเภทของสินค้า: สินค้าที่มีน้ำหนักมากควรใช้กล่องที่แข็งแรงเป็นพิเศษ สินค้าที่เปราะบางต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ

เลือกกล่องและวัสดุที่เหมาะสม

ใช้กล่องลูกฟูกคุณภาพสูงที่มีการป้องกันสองชั้นหรือสามชั้นสําหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากหรือเปราะบาง  หลีกเลี่ยงการนำกล่องเก่ามาใช้ซ้ำหรือกล่องที่เสื่อมสภาพ ตรวจสอบสัญลักษณ์หรือข้อมูลที่ผู้ผลิตระบุบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่ากล่องมีความแข็งแรงและโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับการจัดส่งสินค้า หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามผู้จำหน่ายกล่องหรือบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติม เลือกขนาดที่เหมาะสม – กล่องที่มีพื้นที่ว่างมากเกินไปอาจยุบตัวได้ ขณะที่กล่องที่บรรจุแน่นเกินไปอาจฉีกขาด

บรรจุสินค้าอย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องสิ่งของภายใน

DHL Express มีวัสดุและอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายและผ่านการทดสอบคุณภาพแล้ว หากคุณต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของคุณเอง โปรดปฏิบัติตามคําแนะนําต่อไปนี้:

วางสินค้าไว้บริเวณกึ่งกลางกล่อง โดยเว้นระยะอย่างน้อย 6 ซม. จากด้านข้างและมุมกล่องทุกด้าน

หากคุณส่งของหลายชิ้นในกล่องเดียว ควรห่อสินค้าแต่ละชิ้นแยกกัน และใช้กระดาษลูกฟูกหรือแผ่นกั้นเพื่อแยกสินค้า

เติมพื้นที่ว่างภายในกล่องทั้งหมดด้วยวัสดุกันกระแทก เช่น เม็ดกันกระแทก พลาสติกกันกระแทก กระดาษย่น หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเคลื่อนตัวระหว่างการขนส่ง

ปิดผนึกกล่องอย่างถูกวิธีด้วยเทปกาว

การเลือกใช้เทปกาวที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ใช้เทปกาวชนิดไวต่อแรงกด (Pressure-Sensitive Tape) เช่น เทปปิดกล่องสีน้ำตาลชนิดพลาสติก เทปพันสายไฟชนิดไวนิล หรือเทปผ้า (Duct Tape)
ห้ามใช้เทปกระดาษคราฟท์ เทปเซลโลเฟน หรือเชือก

ใช้วิธีปิดเทปแบบรูปตัว H (H-Taping): โดยติดเทป 1 เส้นตามแนวรอยต่อกึ่งกลางกล่อง และอีก 2 เส้นตามแนวรอยต่อด้านข้าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทปกาวทุกจุดยึดติดกับกล่องอย่างแน่นหนา

ติดฉลาก

เพื่อให้ชิปเมนต์ของคุณเคลื่อนผ่านเครือข่ายการขนส่งของเราได้อย่างรวดเร็ว โปรดติดฉลากการจัดส่งให้แน่นหนาบนด้านบนสุดของกล่อง (ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจัดวางชิปเมนต์ให้อยู่ในแนวตั้งตลอดกระบวนการขนส่ง)

หลีกเลี่ยงการติดฉลากอื่นๆ บนพื้นผิวเดียวกับฉลากการจัดส่ง เราไม่แนะนําให้ใช้กล่องเก่าที่เคยใช้งานแล้ว แต่หากจำเป็น ควรลอกฉลากการจัดส่งเดิมออกให้หมด

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฉลากการจัดส่งมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งหมดและไม่ติดทับบริเวณรอยต่อของกล่อง อย่าให้เทปกาว เอกสาร หรือฉลากอื่นๆ ปิดทับฉลากการจัดส่งเด็ดขาด

ใส่ฉลากการจัดส่งสำรองไว้ภายในพัสดุ วิธีนี้ช่วยให้เราสามารถระบุและติดตามพัสดุของคุณได้ ในกรณีที่ฉลากการจัดส่งหลักหลุดออกจากพัสดุ ใช้ซองพลาสติกใสแบบมีกาวในตัวสําหรับเอกสารที่ต้องติดไว้ภายนอกกล่อง

  • การบรรจุและการส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

    บรรจุภัณฑ์ทั่วไปมักไม่ให้การป้องกันที่เพียงพอในระหว่างการขนส่ง ควรใช้เทคนิคการแพ็กแบบ กล่องในกล่อง

    • ก่อนบรรจุ ตรวจสอบสินค้าว่าไม่เสียหาย
    • บรรจุสินค้าในบรรจุภัณฑ์เดิมพร้อมใส่กันกระแทกไว้ด้านใน
    • หากบรรจุภัณฑ์เดิมเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้ ให้ห่อด้วยกระดาษกันกระแทกอย่างน้อย 6 ซม. และใช้กล่องที่แข็งแรงที่มีขนาดใหญ่กว่ากล่องด้านในอย่างน้อย 14 ซม. ในทุกด้าน
    • ใช้กล่องสองชั้นสําหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก
    • เติมวัสดุสำหรับวางด้านในขนาด 6 ซม. ไว้ที่ฐานของกล่องก่อนวางกล่องหรือสินค้าไว้ด้านใน
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีระยะห่างอย่างน้อย 6 ซม. ทุกด้าน และเติมวัสดุให้เต็มพื้นที่ทั้งหมด
    • หรือใช้โฟมวางไว้ตามมุมเพื่อให้มีช่องว่างเพียงพอระหว่างสินค้า/กล่องด้านในและด้านนอก
    • ปิดกล่องและซีลกล่องด้วยเทป H ประเภทที่ไวต่อแรงดัน

    แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนอยู่ภายใต้กฎระเบียบการขนส่งที่เข้มงวด โดยทั่วไปแล้ว การจัดส่งแบบไม่มีบัญชีสมาชิกสามารถจัดส่งแล็ปท็อปได้เพียงหนึ่งเครื่องเท่านั้นพร้อมแบตเตอรี่หนึ่งก้อนต่อพัสดุหนึ่งกล่อง ดูรายละเอียดทั้งหมดได้ในคําถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของเรา

    DHL Express มีบรรจุภัณฑ์เฉพาะทางสําหรับโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า สําหรับข้อมูลเพิ่มเติม หากคุณต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของคุณเอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมล้อมรอบอยู่อย่างน้อย 6 ซม. เช่น แผ่นกันกระแทก ก่อนที่จะวางในกล่องลูกฟูกสองชั้นที่แข็งแรง

    สําหรับแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ให้ใช้กล่องขนส่งเฉพาะของ DHL Express ซึ่งมีให้บริการในหลายประเทศ ซีลปุ่มเปิด/ปิดไว้ด้วยเทปเพื่อป้องกันการเปิดใช้งาน และทำการลบหรือเข้ารหัสข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเพื่อความปลอดภัย

    ใช้บรรจุภัณฑ์เดิมที่มีแผ่นโฟมกันกระแทกที่สมบูรณ์และใช้วิธีการแพ็กแบบกล่องในกล่องเพื่อเพิ่มการป้องกัน

    สําหรับสิ่งของที่เปราะบาง แตกหักง่าย ให้ใช้กล่องลูกฟูกสองชั้นที่มีขนาดและน้ําหนักที่ถูกต้อง บรรจุสิ่งของให้มิดชิดโดยห่างจากผนังด้านนอกของกล่องอย่างน้อย 6 ซม.


    หากมีหลายชิ้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแต่ละชิ้นแยกกันอย่างดี สำหรับการป้องกันเพิ่มเติม ให้ใช้วิธีการแพ็กแบบกล่องในกล่อง


    สําหรับสิ่งของที่เบา ไม่เปราะบางและไม่แตกหักง่าย บรรจุภัณฑ์แบบกระดาษลูกฟูกชั้นเดียวก็เพียงพอแล้ว  หากบรรจุภัณฑ์ต้องพร้อมสำหรับการจัดจำหน่ายหรือใช้เพื่อการค้า ลองบรรจุให้เยอะกว่าปกติเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสินค้าด้านใน


    ต้องการวัสดุบรรจุภัณฑ์หรือคําแนะนําหรือไม่ ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

  • การบรรจุสินค้าแฟชั่น

    ซองของเราได้รับการออกแบบพิเศษสําหรับเสื้อผ้าที่มีมูลค่าต่ํา หากคุณต้องการใช้ซองของคุณเอง ควรดูว่าซองมีความยืดหยุ่นและช่วงรอยตะเข็บแข็งแรงพอรองรับการขนส่งหรือไม่ - ซองควรยืดได้ถึง 350 มม. ก่อนที่จะขาดหรือใช้งานไม่ได้ รอยตะเข็บของซอง DHL Express Flyer ใช้กาวที่แข็งแรงกว่ากระเป๋าทั่วไป

    สําหรับเสื้อผ้ามูลค่าต่ําที่มีน้ำหนักไม่เกิน 3 กก. ให้แพ็กเสื้อผ้าในกล่องรองเท้าแบบปิด จากนั้นนำกล่องใส่ลงในซอง DHL Express Flyer หรือซองที่คล้ายกัน ปิดซีลซอง ติดเทปวัสดุที่เกินมา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าป้ายการขนส่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

    สําหรับเสื้อผ้าที่มีมูลค่าสูงหรือชิปเมนต์มีน้ําหนักเกิน 3 กก. ให้ปฏิบัติตามคําแนะนําในการบรรจุขั้นพื้นฐานและวางสิ่งของทั้งหมดลงในกล่องด้านนอกที่แข็งแรง เติมช่องว่างและปิดซองให้แน่นโดยใช้วิธีติดเทปเป็นตัว H ติดป้ายการขนส่งให้ง่ายต่อการมองเห็น

    สินค้าที่เปราะบางควรบรรจุในกล่องสองชั้นหรือกล่องเฉพาะทาง เราไม่แนะนําให้ใช้กล่องที่ขึ้นอยู่กับการวางแนว เช่น กล่องเสื้อผ้า สิ่งของแต่ละชิ้นจะต้องห่อด้วยแผ่นกันกระแทกกันกระแทกขนาดเล็ก โดยห่างจากผนังกล่องอย่างน้อย 6 ซม. และปิดยึดด้วยเทป H ติดฉลาก "เปราะบาง" เพื่อความชัดเจน

    เนื่องจากกล่องรองเท้าอาจป้องกันได้ไม่ดีพอในระหว่างการขนส่ง ควรแพ็กให้หนาแน่นกว่าเดิม หากรองเท้ามีมูลค่าต่ําหรือชิ้นเดียวและเบากว่า 3 กก. ให้ทําตามขั้นตอนเดียวกับเสื้อผ้าที่มีมูลค่าต่ําโดยใช้กล่องรองเท้าและยัดลงใส่ซอง DHL Express Flyer สําหรับรองเท้าที่มีน้ำหนักมากหรือหลายคู่ ให้เลือกใช้กล่องที่เหมาะสม

    เสื้อผ้าที่ไม่เปราะบางสามารถจัดส่งในถุงพลาสติกแบบปิดผนึกหรือกล่องกระดาษแข็งชั้นเดียว ทุกชิ้นควรแยกออกจากกันเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายระหว่างการขนส่ง ใช้ขนาดกล่องที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการยุบตัวที่อาจเกิดจากช่องว่างในกล่อง

  • บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าที่ไวต่ออุณหภูมิ

    DHL Express ให้บริการโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการด้านการควบคุมอุณหภูมิที่แตกต่างกัน:

    ประเภทอุณหภูมิ
    คุณสมบัติ
    อุณหภูมิปกติเหมาะสำหรับการขนส่งสารชีวภาพประเภท B UN3373 ได้สูงสุด 6 หลอดตัวอย่าง (Vials) บรรจุภัณฑ์ประกอบด้วยวัสดุดูดซับของเหลว ถุงแรงดัน วัสดุรักษาความเย็น และคู่มือการบรรจุหีบห่อ
    อุณหภูมิห้องควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 15°C ถึง 25°C ได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง มีให้เลือกทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ พร้อมตัวเลือก Pharmacoal Cassette ที่หลากหลาย
    แช่เย็นรักษาอุณหภูมิของสินค้าให้อยู่ระหว่าง 2°C ถึง 8°C ได้สูงสุด 108 ชั่วโมง โดยมีขนาดกล่องให้เลือกเช่นเดียวกับบรรจุภัณฑ์สำหรับอุณหภูมิห้อง
    แช่แข็งออกแบบมาเพื่อรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่า -20°C ได้นานสูงสุด 129 ชั่วโมง พร้อมคงสภาพความดันอากาศให้มีเสถียรภาพ มีให้เลือก 3 ขนาด โดยขนาดใหญ่ที่สุดรองรับปริมาตรสินค้าได้ 28 ลิตร

    บรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทจัดเตรียมมาเป็นโซลูชันแบบครบวงจร พร้อมคำแนะนำในการจัดการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงอุณหภูมิ

    DHL Express มีบริการเตรียมน้ำแข็งแห้ง หรือวัสดุรักษาความเย็นล่วงหน้า รวมถึงโซลูชันสำหรับการติดตามและตรวจสอบอุณหภูมิ 

    ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    สำหรับการขนส่งตัวอย่างสารชีวภาพประเภท B UN3373 DHL Express มีโซลูชันบรรจุภัณฑ์ 3 รูปแบบ เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมด้านอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ได้แก่ แบบไม่บุฉนวน (Ambient Non-Insulated) แบบบุฉนวน (Ambient Insulated) และแบบสำหรับสภาวะอุณหภูมิรุนแรง (Ambient Extreme) โซลูชันทั้งหมดประกอบด้วยกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก (ขนาด 23.5 x 19.4 x 12.1 ซม. สำหรับบรรจุภัณฑ์แบบบุฉนวนและไม่บุฉนวน รองรับหลอดตัวอย่างขนาด 10 มล. จำนวน 6 หลอด และขนาด 28.9 x 24.1 x 17.8 ซม. สำหรับบรรจุภัณฑ์แบบ Ambient Extreme รองรับหลอดตัวอย่างขนาด 10 มล. จำนวน 6 หลอด) ถุงแรงดันมาตรฐาน 95 kPa จำนวน 1 ใบ และปลอกวัสดุดูดซับจำนวน 1 ชิ้น 

    สําหรับสารชีวภาพที่ไม่ไวต่ออุณหภูมิ บรรจุภัณฑ์ไม่บุฉนวนอุณหภูมิประกอบด้วยถุงกันกระแทก 1 ถุง 

    สําหรับสารชีวภาพที่ไวต่ออุณหภูมิ บรรจุภัณฑ์แบบบุฉนวนจะเพิ่มการปกป้องอีกชั้นด้วยแผ่นรองอากาศ จำนวน 1 ชิ้น วัสดุรักษาความเย็น จำนวน 2 ชิ้น และแผ่นบุฉนวน จำนวน 1 ชิ้น

    เพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนของอุณหภูมิที่รุนแรง บรรจุภัณฑ์แบบ Ambient Extreme ประกอบด้วยวัสดุรักษาความเย็น จำนวน 2 ชิ้น และกล่อง EPS จำนวน 1 กล่อง
     
    ในกรณีที่มีการขนส่งตัวอย่างสารชีวภาพประเภท B UN3373 ผู้ส่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการจำแนกประเภท การบรรจุหีบห่อ และการติดฉลากสินค้า รวมถึงต้องจัดส่งตามข้อกำหนดของ IATA และ ICAO DHL Express จะไม่รับขนส่งชิปเมนต์หรือสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง คำแนะนำดังกล่าวไม่ถือเป็นการใช้แทนกฎระเบียบการขนส่งหรือข้อกำหนดใด ๆ ของ IATA และ ICAO

    บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอุณหภูมิระหว่าง 15°C ถึง 25°C ได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง โดยมีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ พร้อม Pharmacool Cassettes หลายขนาดให้เลือกตามความต้องการ มีคำแนะนำสำหรับการเตรียม Pharmacool Cassettes ล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาพอุณหภูมิในฤดูร้อนและฤดูหนาว

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ส่วนประกอบขนาดภายนอก พื้นที่บรรจุสินค้าอุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดเล็กกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง47.5 x 44.0 x 37.0 ซม.25.0 x 21.4 x13.0 (7 ลิตร)15°C ถึง 25°C ได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 1,350 กรัม จำนวน 6 ชิ้น   
     กล่องบรรจุสินค้า 1 กล่อง   

     

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้าอุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดกลางกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง56.4 x 51.4 x 43.5 ซม.34.4 x 26.4 x 15.3 (14 ลิตร)15°C ถึง 25°C ได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 2,400 กรัม จำนวน 6 ชิ้น   
     กล่องบรรจุสินค้า 1 กล่อง   

     

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้าอุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดใหญ่กล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง63.2 x 53.2 x 50.5 ซม.38.5 x 28.5 x 25.0 (28 ลิตร)15°C ถึง 25°Cได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 2,000 กรัม จำนวน 6 ชิ้น   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 3,000 กรัม จำนวน 4 ชิ้น   
     กล่องบรรจุสินค้า 1 กล่อง   

    บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อรักษาอุณหภูมิระหว่าง 2°C ถึง 8°C ได้นานสูงสุด 108 ชั่วโมง โดยใช้ขนาดบรรจุภัณฑ์เดียวกับที่ใช้สำหรับการขนส่งในสภาวะควบคุมอุณหภูมิห้อง การเตรียม Pharmacool Cassettes อย่างถูกต้องจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมแบบแช่เย็นและรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่กำหนดตามระยะเวลาที่ต้องการ คุณจะได้รับเอกสารคำแนะนำเพื่อให้การเตรียมบรรจุภัณฑ์เป็นไปอย่างถูกต้อง

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้า อุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดเล็กกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง47.5 x 44.0 x 37.0 ซม.25.0 x 21.4 x13.0 (7 ลิตร)2°C ถึง 8°C เป็นเวลา 85 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 1,350 กรัม จำนวน 6 ชิ้น   
     กล่องบรรจุสินค้า 1 กล่อง   

     

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้า อุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดกลางกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง56.4 x 51.4 x 43.5 ซม.34.4 x 26.4 x 15.3 (14 ลิตร)2°C ถึง 8°C เป็นเวลา 102 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 2,400 กรัม จำนวน 6 ชิ้น   
     กล่องบรรจุสินค้า 1 กล่อง   

     

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้า อุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดใหญ่กล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง63.2 x 53.2 x 50.5 ซม.38.5 x 28.5 x 25.0 (28 ลิตร)2°C ถึง 8°C เป็นเวลา 96 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 2,000 กรัม จำนวน 6 ชิ้น   
     Pharmacool Cassettes ขนาด 3,000 กรัม จำนวน 4 ชิ้น   
     กล่องบรรจุสินค้า 1 กล่อง   

    มี น้ำแข็งแห้งเป็นสารทำความเย็นที่นิยมใช้มากที่สุดในการรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่า -20°C ทั้งนี้ สำหรับการขนส่งทางอากาศ น้ำแข็งแห้งถูกควบคุมตามข้อกำหนดและจัดเป็นสินค้าอันตราย เนื่องจากน้ำแข็งแห้งจะระเหิดเป็นก๊าซและแทนที่ออกซิเจน จึงไม่ควรปิดผนึกบรรจุภัณฑ์แบบสนิทสมบูรณ์ โซลูชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อป้องกันการสะสมของความดันอากาศภายในบรรจุภัณฑ์ และสามารถรักษาอุณหภูมิต่ำกว่า -20°C ได้นานสูงสุด 129 ชั่วโมง

    น้ำแข็งแห้งมีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น แบบเม็ด แบบแท่ง หรือแบบแผ่น และสามารถจัดเตรียมบริการจัดหาแยกต่างหากได้ ติดต่อฝ่ายขายของ DHL Express เพื่อสอบถามเพิ่มเติม

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้าอุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดเล็กกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง31.0 x 31.0 x 32.0 ซม.9.5 x 9.5 x 13.5 หรือรองรับหลอดตัวอย่างขนาด 10 มล. จำนวน 6 หลอด (vials)< -20°C เป็นเวลา 124 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   

     

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้าอุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดกลางกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง34.8 x 34.8 x 36.4 ซม.10.0 x 10.0 x 2.5 หรือรองรับหลอดตัวอย่างขนาด 10 มล. จำนวน 12 ขวด (vials)< -20°C เป็นเวลา 122 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   

     

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้าอุณหภูมิและระยะเวลา
    ขนาดใหญ่กล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง39.5 x 39.5 x 44.8 ซม.18.0 x 14.5 x 15.0 หรือรองรับหลอดตัวอย่างขนาด 10 มล. จำนวน 36 หลอด< -20°C เป็นเวลา 129 ชั่วโมง
     กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   

    ได้ โซลูชันควบคุมอุณหภูมิแบบผสม เป็นส่วนหนึ่งของบริการ DHL Express Thermo Packaging และสามารถรองรับการจัดส่งตัวอย่างแช่แข็งและตัวอย่างที่จัดเก็บในอุณหภูมิปกติภายในกล่องเดียวกันได้

    ส่วนประกอบขนาดภายนอกพื้นที่บรรจุสินค้าอุณหภูมิและระยะเวลา
    กล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง29.5 x 24.4 x 44.2 ซม.หลอดตัวอย่างขนาด 10 มล. สำหรับสภาวะอุณหภูมิปกติ จำนวน 6 หลอด และหลอดตัวอย่างขนาด 10 มล. สำหรับสภาวะแช่แข็ง จำนวน 6 หลอด< -20°C เป็นเวลา 72 ชั่วโมง (สำหรับส่วนที่เป็นตัวอย่างแช่แข็ง)
    กล่องเก็บความเย็นแบบบุฉนวน EPS จำนวน 1 กล่อง   
    แผ่นรักษาความเย็น (Cooler Wraps) จำนวน 2 ชิ้น   

  • การบรรจุสินค้าขนาดใหญ่และสินค้าบนพาเลท

    DHL Express กำหนดข้อจำกัดด้านน้ำหนักและขนาดของพัสดุอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สินค้าทุกรายการสามารถได้รับการขนย้ายและจัดการได้อย่างปลอดภัยภายในเครือข่ายการขนส่งแของเรา


    • แต่ละชิ้นต้องมีน้ําหนักไม่เกิน 1,000 กก.
    • น้ําหนักรวมของชิปเมนต์ต้องไม่เกิน 3,000 กก.
    • DHL Express ไม่รับพัสดุที่มีความยาวเกิน 300 ซม.
    • ความสูงพาเลทไม่เกิน 160 ซม.
    • ควรใช้พาเลทขนาดมาตรฐานสำหรับการจัดส่งที่มีขนาดกว้าง × ยาว ไม่เกิน 120 ซม.

    สินค้าขนาดใหญ่หรือสินค้าที่บรรจุบนพาเลทต้องได้รับการบรรจุหีบห่ออย่างเหมาะสม เพื่อให้เครือข่าย รถขนส่ง เครื่องบิน และระบบคัดแยกอัตโนมัติของ DHL Express รองรับได้ บรรจุภัณฑ์ต้องเหมาะสำหรับการวางซ้อน การเคลื่อนย้ายด้วยรถยก การเอียงระหว่างการขนส่ง และการสั่นสะเทือน


    • วางซ้อนได้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถวางซ้อนกันหรือนำสิ่งของไปวางซ้อนได้
    • สามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถยกได้ สินค้าที่มีน้ําหนัก > 70 กก. ต้องบรรจุบนพาเลทหรือในลังที่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถยกได้
    • การเอียง: สินค้าต้องได้รับการยึดอย่างมั่นคงบนพาเลทและภายในบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากอาจเกิดการเอียงระหว่างการขนส่งทางอากาศ
    • การกระแทก & การสั่นสะเทือน ป้องกันสินค้าจากการสั่นสะเทือนและแรงกระแทกเล็กน้อย

    เลือกบรรจุภัณฑ์ตามน้ำหนัก ขนาด และความต้องการด้านการรองรับสินค้า โดยใช้กล่องสำหรับสินค้าน้ำหนักเบา ลังสำหรับสินค้าขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก และพาเลทสำหรับสินค้าจำนวนมาก


    • ≤ 25 กก.: สามารถใช้กล่องบรรจุได้ (กล่องต้องรองรับน้ำหนักสินค้าได้ทั้งหมด) และควรใช้ความระมัดระวังสำหรับกล่องทรงยาวหรือทรงแคบที่มีความยาวเกิน >100 ซม. เสริมความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์ หรือเลือกใช้ลังไม้
    • สินค้าขนาดใหญ่หรือน้ำหนักมาก เช่น เครื่องยนต์หรือเครื่องจักรอุตสาหกรรม ที่มีน้ำหนัก >25 กก.: แนะนำให้ใช้ลังไม้ที่ผลิตจากไม้เนื้อแข็งคุณภาพดี มีโครงค้ำยันแนวทแยงเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และไม้ที่ใช้ต้องผ่านความร้อนหรือการบำบัดทางเคมีตามมาตรฐานสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศ หากใช้กล่องบรรจุภัณฑ์ กล่องต้องสามารถรองรับน้ำหนักของสินค้าได้ทั้งหมด เนื่องจากน้ำหนักของสินค้า อาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายพิเศษ เช่น รถยกและหากบรรจุหีบห่อไม่ถูกต้อง DHL Express อาจปฏิเสธการเข้ารับสินค้า
    • สำหรับสินค้าจำนวนมาก หรือกล่องที่มีน้ำหนัก >70 กก.: ต้องบรรจุในลังหรือจัดวางบนพาเลทที่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถยกได้ พื้นผิวด้านบนของพาเลทต้องเรียบเสมอกัน และกล่องต้องไม่ยื่นออกนอกขอบพาเลท

    ควรเลือกวัสดุของพาเลทตามน้ำหนักสินค้า สภาพแวดล้อมการใช้งาน และความต้องการในการนำกลับมาใช้ซ้ำ โดยควรใช้พาเลทขนาดมาตรฐานที่มีความกว้างหรือความยาว ≤ 120 ซม.

    • ไม้ แข็งแรง เหมาะสำหรับสินค้าน้ำหนักมาก สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ หาซื้อได้ง่าย และคุ้มค่ากว่าพาเลทพลาสติก ทั้งนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม้ผ่านมาตรฐานการขนส่งระหว่างประเทศของประเทศปลายทาง เสริมโครงค้ำยันด้านล่างเพื่อเพิ่มความมั่นคง
    • พลาสติก รองรับน้ำหนักได้สูง มีพื้นผิวกันลื่น ทนต่อความชื้นและการกัดกร่อน น้ำหนักเบา มีราคาสูงกว่าพาเลทไม้
    • กระดาษแข็ง น้ำหนักเบา รีไซเคิลได้ 100% เหมาะสำหรับการใช้งานครั้งเดียว ไม่เหมาะกับสินค้าน้ำหนักมากหรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ราคาต่ำ

    ควรจัดเรียงกล่องในลักษณะที่ช่วยรักษาความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์และทำให้ด้านบนมีพื้นผิวเรียบเสมอกัน หลีกเลี่ยงการจัดเรียงที่ลดความสามารถในการรองรับแรงกดทับหรือทำให้สินค้าได้รับความเสียหายจากการสัมผัสภายนอกได้ง่าย


    ข้อควรปฏิบัติ

    • วางซ้อนแนวตั้ง จัดเรียงกล่องให้มุมตรงกับมุมและขอบตรงกับขอบ เพื่อให้รับแรงกดทับได้ดีที่สุดระหว่างการขนส่ง ยึดสินค้าให้แน่นด้วยสายรัดหรือฟิล์มยืดพันพาเลท
    • วางซ้อนแบบสลับแนว เพิ่มความมั่นคงในการจัดเรียง หากสินค้าภายในกล่องมีความแข็งแรงเพียงพอ แต่หากกล่องหรือสินค้าไม่แข็งแรงพอ อาจทำให้ความสามารถในการรับแรงกดทับลดลง ~50% เรียงให้มุมตรงกับมุมและขอบตรงกับขอบ

    หลีกเลี่ยง:

    • วางซ้อนแบบพีระมิด เนื่องจากทำให้พื้นผิวด้านบนไม่เรียบเสมอกัน หากมีจำนวนกล่องที่จัดเรียงไม่พอดี ควรใช้กล่องเปล่าเสริมเพื่อให้ด้านบนเรียบเสมอกัน หรือจัดส่งกล่องส่วนที่เหลือแยกเป็นชิ้น
    • วางซ้อนแบบเหลื่อม ไม่ควรวางกล่องให้เหลื่อมกันหรือยื่นออกนอกขอบพาเลท เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของสินค้า และอาจทำให้ความแข็งแรงของกล่องแต่ละใบลดลง >30%

    ใช้อุปกรณ์ป้องกันมุม แผ่นกระดาษแข็ง และอุปกรณ์ค้ำยัน เพื่อเพิ่มความมั่นคงของสินค้า กระจายน้ำหนัก และป้องกันการเคลื่อนตัวด้านข้าง

    • อุปกรณ์ป้องกันมุมทั้งแนวตั้งและแนวนอนช่วยลดความเสียหายบริเวณขอบ และเพิ่มความมั่นคงให้กับสินค้า
    • การใช้แผ่นกระดาษแข็งรองด้านบน ด้านล่าง และด้านข้าง ช่วยกระจายน้ำหนักของสินค้า และลดแรงกดทับที่เกิดกับพื้นพาเลท
    • สินค้าขนาดใหญ่ เช่น ม้วนสายเคเบิลหรือเครื่องยนต์ ควรยึดตรึงเข้ากับพาเลทด้วยโครงไม้หรือโลหะเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวด้านข้าง
    • ใช้วัสดุป้องกันเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น โฟม วัสดุรองขึ้นรูป หรือลังไม้ เพื่อเพิ่มการปกป้องสินค้า

  • คําแนะนําเฉพาะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่และแบบพาเลท

    • บรรจุในลังหรือยึดกับพาเลทอย่างมั่นคง พร้อมปิดคลุมด้วยกระดาษแข็งเสริมความแข็งแรงและอุปกรณ์ป้องกันมุมโดยรอบ
    • ต้องระบายของเหลวหรือเชื้อเพลิงทั้งหมดออกก่อนการขนส่ง
    • ชิ้นส่วนสินค้าต้องไม่ยื่นออกนอกขอบพาเลท หากไม่สามารถวางบนพาเลทได้พอดี ควรใช้ลังหรือฐานรองที่มีขนาดเหมาะสมและสามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถยกได้

    ยางรถยนต์ต้องยึดบนพาเลทให้มั่นคงและมีการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อผนัง ทั้งนี้ไม่รับยางที่จัดส่งแบบแยกชิ้นโดยไม่มีพาเลท

    • พันยางเข้ากับพาเลทด้วยฟิล์มหด (Shrink-wrap) และรัดให้แน่นด้วยสายรัดโลหะหรือสายรัดพลาสติกที่มีความแข็งแรงสูงที่ไม่แตกหักง่าย
    • วางแผ่นป้องกันที่ทำจากกระดาษแข็ง ไม้ หรือพลาสติกบนด้านข้างของยางเพื่อเพิ่มการปกป้อง
    • กล่องบรรจุยางที่ออกแบบเฉพาะต้องสามารถรองรับน้ำหนักของยางได้ และมีขอบเรียบ ไม่โค้งมน

    อุปกรณ์อุตสาหกรรม

    • บรรจุในลังหรือยึดกับพาเลท พร้อมปิดคลุมด้วยกระดาษแข็งเสริมความแข็งแรงและอุปกรณ์ป้องกันมุม ระบายของเหลวหรือเชื้อเพลิงทั้งหมดออกก่อนการขนส่ง และสำหรับสินค้าขนาดใหญ่ควรวางบนฐานที่กว้าง

    ม้วนสายเคเบิล/แกนม้วนสาย

    • ต้องจัดส่งบนพาเลทเท่านั้น (ไม่รับม้วนสายที่ไม่ได้ยึดติดกับพาเลท)
    • วางม้วนสายในแนวนอนบนพาเลทที่มีขนาดเหมาะสม เพื่อให้สามารถวางสินค้าซ้อนด้านบนได้อย่างปลอดภัย
    • ม้วนหนัก >25 กก.: ใช้ไม้ค้ำยึดเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัว และรัดด้วยสายรัดโลหะหรือสายรัดพลาสติกความแข็งแรงสูง จำนวน 2 เส้นในแนวนอน และ 2 เส้นในแนวตั้ง
    • หากสายเคเบิลมีความเปราะบาง ควรบรรจุในลังหรือปิดคลุมสายด้วยแผ่นกระดาษลูกฟูก (corrugated shell)

    กระจกและแผ่นกระจกต้องมีวัสดุกันกระแทกภายในที่เพียงพอ บรรจุในกล่องหรือลังที่แข็งแรง และติดฉลากอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงบิดงอและการขนย้าย

    • พัสดุภายในกล่องหรือลังไม้
    • ป้องกันขอบแผ่นกระจกด้วยโฟมทรงท่อ และห่อหุ้มทั้งชิ้นด้วยพลาสติกกันกระแทก
    • ใช้โฟมขึ้นรูปที่มีขนาดเหมาะสมกับกล่องบรรจุภัณฑ์ภายนอก รองรับและป้องกันขอบกระจกหรือแผ่นวัสดุทุกด้าน
    • จากนั้นให้บรรจุกระจกแผ่นพร้อมโฟมขึ้นรูปภายในกล่องกระดาษลูกฟูกชนิดผนังสองชั้น
    • โฟมขึ้นรูปต้องสามารถป้องกันการเคลื่อนตัวของกระจกหรือแผ่นวัสดุภายในกล่อง และรักษาระยะห่างจากผนังกล่องด้านนอกอย่างน้อย 6 ซม.
    • ติดฉลาก ‘GLASS’ บนกล่องทุกด้าน

    • จัดส่งบนพาเลทพลาสติกหรือพาเลทไม้เนื้อแข็งที่มีช่องว่างระหว่างแผ่นไม้ < 2 ซม.
    • วางแผ่นไฟเบอร์บอร์ดด้านบน ระหว่างถัง และบนฐานพาเลท เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวและความเสียหาย
    • ยึดถังเข้ากับพาเลทด้วยสายรัดโลหะหรือสายรัดพลาสติกความแข็งแรงสูงอย่างน้อย 2 เส้น และใช้อุปกรณ์ป้องกันมุมหรือแผ่นรองสายรัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อพื้นผิวของถัง
    • หากจัดส่งหลายถัง ควรรัดถังเข้าด้วยกันก่อนยึดติดกับพาเลท
    • รับได้สูงสุด 3 พาเลท โดยน้ำหนักรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 1 ตัน

    สำหรับโทรทัศน์ ควรใช้บรรจุภัณฑ์จากผู้ผลิตหรือบรรจุภัณฑ์เสริมที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ส่วนกระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์กีฬา และเครื่องดนตรี ต้องบรรจุในกล่องหรือเคสแข็ง และอาจต้องบรรจุในกล่องเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

    ทีวีขนาดใหญ่:

    • เติมช่องว่างในบรรจุภัณฑ์เดิม; ควรบรรจุซ้อนด้วยกล่องกระดาษลูกฟูกผนังสองชั้นเพิ่มเติม
    • หากจัดส่งทีวีหลายเครื่อง ควรใช้พาเลทที่มีขนาดเหมาะสมเพื่อป้องกันการยื่นออกนอกขอบพาเลท ยึดด้วยสายรัดความแข็งแรงสูงและฟิล์มหด พร้อมเสริมวัสดุกันกระแทกด้านบนและแผ่นกระดาษแข็งปิดคลุมด้านข้าง

    กระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์กีฬา เครื่องดนตรี:

    • ควรจัดส่งในเคสแข็ง (ไม่แนะนำเคสแบบอ่อนสำหรับบริการ Express) และเพื่อการปกป้องเพิ่มเติม ควรบรรจุเคสแข็งภายในกล่องกระดาษอีกชั้นหนึ่ง
    • หากไม่มีเคสแข็ง ควรใช้กล่องกระดาษลูกฟูกผนังสองชั้น ห่อด้วยพลาสติกกันกระแทกชนิดฟองอากาศขนาดใหญ่หลายชั้น และอุดช่องว่างทั้งหมดภายในกล่อง
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าได้รับการปกป้องอย่างมิดชิด และไม่มีส่วนใดยื่นออกจากบรรจุภัณฑ์
    • DHL Express ไม่มีบริการจัดหาบรรจุภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับอุปกรณ์กีฬาและเครื่องดนตรี

    ท่อและม้วนทรงยาวต้องได้รับการรองรับเพื่อป้องกันการโก่งงอ การกลิ้ง หรือการยื่นออกนอกพาเลท โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยาวและน้ำหนัก และควรบรรจุในลังหรือจัดส่งบนพาเลทตามความเหมาะสม ไม่รับจัดส่งสินค้าที่มีความยาว > 300 ซม.

    ท่อ แท่ง หรือสินค้าทรงยาว:

    • หลีกเลี่ยงการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งทรงสี่เหลี่ยม เนื่องจากมีความแข็งแรงเชิงโครงสร้างต่ำและเสียหายได้ง่าย
    • ช้บรรจุภัณฑ์ทรงสามเหลี่ยมหรือท่อกระดาษแบบพันเกลียว และบรรจุภายในกล่องภายนอกทรงสี่เหลี่ยม
    • สิ่งค้าที่มีน้ําหนัก > 25 กก.: ต้องจัดส่งภายในลังที่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถยกได้
    • ไม่ควรให้ท่อหรือสินค้าทรงยาวยื่นออกนอกขอบพาเลท ต้องยึดด้วยสายรัดโลหะหรือสายรัดพลาสติกความแข็งแรงสูง และใช้ไม้หรือบล็อกพลาสติกกั้นที่ปลายพาเลทเพื่อป้องกันสินค้าเลื่อนหลุดระหว่างการขนส่ง

    พรมและม้วนผ้า:

    • ม้วนสินค้าตามด้านที่สั้นที่สุด และพันรอบแกนกระดาษแข็งชนิดพันเกลียวที่แข็งแรงเพื่อช่วยรองรับโครงสร้าง
    • ป้องกันช่วงปลายม้วนด้วยแผ่นกระดาษแข็งหรือฮาร์ดบอร์ดชนิดแข็งแรง บรรจุในถุงพลาสติกหนาหรือห่อด้วยแผ่นพลาสติกที่มีความทนทาน และปิดผนึกปลายรวมถึงรอยต่อด้วยเทปโพลีโพรพิลีนหรือเคเบิลไทร์
    • ชิ้นที่หนัก <25 กก. และ/หรือมีความยาว <100 ซม.: นำสินค้าที่ห่อเรียบร้อยแล้วบรรจุในกล่องกระดาษลูกฟูกผนังสองชั้นที่เหมาะสำหรับการวางซ้อน ใช้วิธีการซีล H-tape
    • สินค้าหลายชิ้น หรือสินค้าที่มีน้ำหนัก >25 กก. / หรือมีความยาว >100 ซม.: พิจารณาใช้ลังหรือฐานรองที่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถยกได้ และไม่ควรมัดหลายม้วนรวมกัน โดยควรบรรจุแต่ละม้วนแยกภายในลังเฉพาะทางหรือบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง ทั้งนี้สามารถจัดเรียงม้วนสินค้าบนพาเลทแบบสลับแนว พร้อมรัดและห่อด้วยฟิล์มหดเพื่อเพิ่มความมั่นคงระหว่างการขนส่ง

    การบรรจุที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสินค้า อุปกรณ์ และบุคลากร

    • DHL Express อาจปฏิเสธการรับ การเข้ารับ หรือการดำเนินการจัดส่งสินค้า
    • อาจมีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการจัดการพิเศษในบางกรณี โปรดตรวจสอบค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของ DHL Express ที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ

ูค้นหาเพิ่มเติม