#คําแนะนําด้านโลจิสติกส์

ทำความรู้จักพิกัดศุลกากร (HS Codes) และความสําคัญต่อการขนส่ง

4 นาทีอ่าน
facebook sharing button
twitter sharing button
linkedin sharing button
Smart Share Buttons Icon Share

ในการทำการค้าทั่วโลกมักจะมีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการสร้างกำไรและขาดทุนของธุรกิจ หนึ่งในเรื่องที่มีความซับซ้อนเป็นลำดับต้นๆของการค้าทั่วโลกคือเรื่องของพิกัดศุลกากรในระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized System Code: HS Code) ซึ่งเป็นรากฐานที่สําคัญในการค้าระหว่างประเทศ สำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดโลกนั้นการเข้าใจระบบฮาร์โมไนซ์ (HS Code) นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรต้องรู้ ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความแตกต่างของ HS codes โดยจะอธิบายถึงโครงสร้าง ความสำคัญและผลกระทบของ HS code มีที่ต่อการขนส่งระหว่างประเทศ

ที่มาและวัตถุประสงค์ของรหัส HS

ระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized System Code: HS Code)ถูกสร้างขึ้นในปี 1988 โดยองค์การศุลกากรโลก (WCO) ซึ่งถือเป็นก้าวสําคัญในการค้าระหว่างประเทศ HS code ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้การจำแนกผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายในปัจจุบันมีความเป็นมาตรฐานเดียวกันและชัดเจนมากขึ้น ระบบ HS code ได้รับการยอมรับและนำมาใช้แล้วในกว่า 200 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมถึง 98% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก

สําหรับธุรกิจในประเทศไทยในฐานะสมาชิกสําคัญของกลุ่มการค้าอาเซียน การตรวจสอบ ทําความเข้าใจและใช้ HS code อย่างเชี่ยวชาญเป็นสิ่งจําเป็น ในแต่ละรหัสสินค้าจะถูกจัดประเภทอย่างเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าการทําธุรกรรมมีความโปร่งใสและสอดคล้องกัน รหัสเหล่านี้มีความขัดเจนจึงช่วยให้การทำการค้ามีความสะดวกราบรื่น รวมไปถึงช่วยเรื่องจัดสรรภาษีที่ถูกต้องและกระบวนการทางศุลกากรที่รวดเร็วด้วย

โครงสร้างของรหัส HS

เมื่อมองแวบแรก HS code อาจดูเหมือนเป็นลําดับตัวเลขง่ายๆสําหรับผู้ใช้ในการค้นหาหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง อย่างไรก็ตามตัวเลขแต่ละหลักในรหัสนี้มีความหมายซึ่งเป็นข้อมูลที่สําคัญสําหรับการค้าระหว่างประเทศ ระบบ HS code ที่ใช้กันทั่วโลกเป็นไปตามโครงสร้างที่มีรายละเอียดและตรรกะซึ่งสามารถแยกย่อยได้ดังนี้:

ตัวเลขสองหลักแรก (ตอน): ตัวเลขสองตัวแรกนี้จะเหมือนกันในทุกประเทศและบ่งบอกถึงหมวดหมู่หรือบทที่กว้างๆของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น ในพิกัดศุลกากร '0902.10' '09' หมายถึง "กาแฟ ชา มาเต และเครื่องเทศ"

ตัวเลขสองหลักถัดไป (หัวเรื่อง): ชุดนี้เจาะลึกลงไปอีกเล็กน้อย โดยจะระบุกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายในบทให้แคบลง ตัวอย่างเช่น '0902.10' เลข '02' จะระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะ "ชา ไม่ว่าจะปรุงแต่งกลิ่นรสหรือไม่ก็ตาม"

ตัวเลขสองหลักสุดท้าย (หัวเรื่องย่อย): ตัวเลขเหล่านี้มีการจัดประเภทที่เฉพาะเจาะจงที่สุด เช่น '0902.10' '10' หมายถึง "ชาเขียว (ไม่หมัก) บรรจุหีบห่อน้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัม"

ดังนั้นหากคุณต้องจําแนกชาเขียวออร์แกนิกที่ผ่านการรับรอง (ปรุงแต่งรส) รหัส HS จะเป็น 0902.10

เพื่อให้เห็นถึงความสําคัญและความลึกของHS code เพิ่มเติม ให้พิจารณาตามนี้: รหัสที่ขึ้นต้นด้วยตัวเลขที่ระบุว่าเป็นชิ้นส่วนรถยนต์  อาจระบุหมวดหมู่ให้แคบและเฉพาะเจาะจงได้ เช่น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสําหรับรถยนต์ไฟฟ้าหรือหัวเทียนสําหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน แนวทางที่เป็นระบบในการจําแนกประเภทสินค้าโภคภัณฑ์นี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกฝ่ายที่ทำการซื้อขายตั้งแต่ซัพพลายเออร์และผู้ซื้อไปจนถึงเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีความเข้าใจที่ชัดเจนและตรงกันเกี่ยวกับสินค้าที่ทำการขนส่ง

ประเทศต่างๆ อาจขยายรหัส HS สําหรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์ปลีกย่อย แต่ตัวเลขหกหลักพื้นฐานยังคงสอดคล้องกันในระดับสากล สิ่งนี้ทําให้มั่นใจได้ถึงการจัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกันไม่ว่าจะนําเข้าหรือส่งออกสินค้าที่ประเทศใดก็ตาม

สําหรับธุรกิจไทยนี่ไม่ใช่แค่ระบบการเข้ารหัสเท่านั้น ความพร้อมใช้งานของแพลตฟอร์มออนไลน์สําหรับการค้นหา HS code ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณจะถูกแสดงอย่างถูกต้องในเอกสารการจัดส่ง เพื่อความสะดวกในการค้าระหว่างประเทศที่ราบรื่นและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

บทบาทของ HS code ในการค้า โลก

HS code มีบทบาทหลายแง่มุมในการทำการค้าระหว่างประเทศ ในเบื้องต้น HS code เป็นพื้นฐานสําหรับการคํานวณภาษีและอากร สิ่งนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถคาดการณ์ต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยํา จึงทําให้สามารถกําหนดราคาและกลยุทธ์การขายได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น

นอกจากนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายทั้งหมดจัดอยู่ในระดับสากลภายใต้ระบบ HS code รัฐบาลและองค์กรการค้าสามารถค้นหาและรวบรวมข้อมูลที่กว้างขวางได้ ชุดข้อมูลดังกล่าวมีค่ามาก เพราะไม่เพียงแค่ใช้เก็บข้อมูลสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน แต่ยังช่วยผู้วางนโยบายและธุรกิจในการระบุตลาดเกิดใหม่ คาดการณ์แนวโน้มการค้า และกําหนดนโยบายการค้าในอนาคต โดยพื้นฐานแล้วแม้ว่า HS code จะช่วยให้การค้าในปัจจุบันดําเนินไปอย่างราบรื่น แต่ก็เป็นการวางรากฐานสําหรับกลยุทธ์การค้าในอนาคตด้วย

ผลกระทบของHS code ต่อการขนส่ง

เมื่อพูดถึงการขนส่งระหว่างประเทศ HS code มีความสําคัญอย่างมาก การระบุ HS code ในเอกสารการจัดส่ง ช่วยให้ข้อมูลที่ครอบคลุมและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร โดยมีรายละเอียดทั้งลักษณะของชิปเมนต์และอากรที่ต้องชำระ สิ่งนี้ช่วยในประหยะดเวลาในการพิธีการทางศุลกากร ช่วยให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา และหลีกเลี่ยงการระงับการนำเข้าสินค้าโดยไม่จําเป็น

สําหรับประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศความแม่นยําและความชัดเจนในการระบุ HS code นั้นมีความสำคัญมาก ชอปเมนต์ที่มี HS code ที่ถูกต้องมักจะผ่านขั้นตอนการเดินพิธีศุลกากรอย่างราบรื่น

ในทางกลับกันหากระบุ HS code ไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้า มีบทลงโทษหรือแม้แต่การยึดสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีธุรกิจใดต้องการ ดังนั้นการทําความเข้าใจและการใช้พิกัดศุลกากรอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสําคัญยิ่งสําหรับธุรกิจไทยที่ทำการค้าระหว่างประเทศ

DHL Express: โซลูชันของคุณสําหรับการจัดส่งระหว่างประเทศ

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เรามีความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญในด้านการค้าระหว่างประเทศ เราไม่เพียงแค่นําเสนอโซลูชั่นการจัดส่งเท่านั้น แต่พร้อมเป็นพันธมิตรด้านการขนส่ง สำหรับธุรกิจไทยกำลังจะเริ่มลงทุนในตลาดต่างประเทศหรือทำธุรกิจระหว่างประเทศอยู่แล้วคุณก็จะยังได้รับประโยชน์ดีๆอีกมากมายจากข้อเสนอของเรา

บริการของเราไม่ได้จํากัดอยู่แค่การจัดส่งเท่านั้น เราเข้าใจความซับซ้อนของการค้าโลก ตั้งแต่เส้นทางขนส่ง มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ไปจนถึงกฎระเบียบ หน้าที่ และภาษีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยบริการจาก DHL Express ธุรกิจต่างๆ จะได้รับพันธมิตรที่ให้มากกว่าโลจิสติกส์ คุณจะได้รับข้อมูลเชิงลึก การให้คําปรึกษา และเครือข่ายที่กว้างมากขึ้น

การเลือกใช้บัญชีธุรกิจกับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส คือความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ ในโลกที่กฎระเบียบทางการค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งการเปลี่ยนแปลงของตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างคาดเดาไม่ได้การเป็นพันธมิตรกับ DHL Express ช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจต่างๆจะมีความพร้อมสําหรับความสําเร็จในตลาดโลก