#คําแนะนําสําหรับSme

ก้าวสู่ระดับโลกในปี 2026: แผนงานสำหรับ SME สู่ยอดขายระหว่างประเทศครั้งแรก

ประเด็นสำคัญ

  • รู้ศักยภาพการขายในตลาดโลก: เรียนรู้วิธีเริ่มต้นในการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซโลกที่มีมูลค่าคาดการณ์กว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026
  • ลงทะเบียนเพื่อความคล่องตัว: ลงทะเบียนศุลกากรบนระบบดิจิทัลให้เรียบร้อยเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดในการขายระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมักใช้เวลาเพียงภายใน 1 วัน
  • ตรวจสอบราคาให้ชัดเจน: ใช้เครื่องมือ MyGTS (My Global Trade Services) เพื่อคำนวณต้นทุนรวม และรักษาอัตรากำไรของธุรกิจคุณ
  • คงความภักดีของลูกค้า: ใช้บริการ On Demand Delivery (ODD) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดส่ง และลดอัตราการทิ้งตะกร้าสินค้าสูงสุดถึง 23% 

ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางหรือ SME กำลังจะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภาพรวมของการค้าระดับโลก ในปี 2026 ผู้ประกอบการณ์ไทยจำนวนมากกำลังทำการส่งออกสินค้าที่ผลิตในประเทศสู่ลูกค้าทั่วโลกในทุกๆ วัน ตั้งแต่งานหัตถกรรมไปจนถึงชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกที่คาดว่าจะทะลุ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ มีความเป็นไปได้ว่าลูกค้ารายใหญ่คนต่อไปของคุณอาจจะช้อปอยู่ในไทม์โซนที่ต่างกับคุณ ดังนั้น การหาโลจิสติกส์พาร์ทเนอร์ที่จะช่วยธุรกิจคุณโกอินเตอร์และเข้าถึงตลาดลูกค้าต่างประเทศได้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณโฟกัสกับการพัฒนาธุรกิจได้อย่างเต็มที่

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างเพื่อเริ่มส่งออก?

ในการเริ่มต้นส่งออก คุณจำเป็นต้องลงทะเบียนธุรกิจกับหน่วยงานรัฐก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ในประเทศไทย ขั้นตอนแรกคือการลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกกับกรมศุลกากร (Thai Customs Department) การลงทะเบียนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลนี้จะเชื่อมกับการลงทะเบียนบริษัทและรายละเอียดภาษีของคุณด้วย และโดยทั่วไปเป็นขึ้นตอนที่ไม่ซับซ้อน

รายการพื้นฐานด้านกฏหมายที่ควรเตรียม

  • รหัสผู้ประกอบการ: ลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกผ่านระบบออนไลน์ของกรมศุลกากร
  • ข้อมูลภาษี: จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อการจัดการภาระภาษีที่ถูกต้อง
  • ใบอนุญาตเฉพาะผลิตภัณฑ์: สำหรับสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าเกษตรหรือเครื่องสำอาง อาจต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบรับรองสุขอนามัยพืชจากกรมวิชาการเกษตรสำหรับการส่งออกข้าว เป็นต้น
  • ลายเซ็นดิจิทัล: รับ Digital Certificate เพื่ออนุมัติการสำแดงศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารอื่นๆ ของคุณอย่างปลอดภัย

 

ทำไมต้องเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งด่วนเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ในระดับนานาชาติ?

ปัจจุบัน ความเร็วในการขนส่งระหว่างประเทศและการติดตามสถานะการจัดส่งสินค้าไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ลูกค้าคาดหวัง ถ้าคุณเลือกบริการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่ราคาถูกที่สุด อาจต้องใช้เวลา 3 สัปดาห์กว่าของจะส่งถึงผู้รับ การตัดสินใจเลือกใช้บริการขนส่งที่ให้ราคาถูกที่สุดอาจนำไปสู่การร้องเรียนของลูกค้า ซึ่งจะส่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และอาจทำให้สูญเสียยอดขายได้ในอนาคต DHL คือโลจิสติกส์พาร์ทเนอร์ของธุรกิจ SME เราจะช่วยธุรกิจขนาดเล็กจัดการด้านกระบวนการการศุลกากรที่ซับซ้อนในระหว่างที่พัสดุยังอยู่ระหว่างการขนส่งทางอากาศ เพื่อให้การจัดส่งเป็นไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว จากศูนย์กลางการกระจายสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ประเทศปลายทางทั่วโลก

 

คุณสมบัติ

DHL Express

บริการจัดส่งมาตรฐานอื่นๆ 

ความเร็ว

1 ถึง 3 วันทำการ

10 ถึง 21 วันทำการ

การติดตามสถานะ

แบบเรียลไทม์ อัปเดตตามจุดสำคัญ

จำกัด หรืออัปเดตแค่ "การสแกนครั้งสุดท้าย"

ศุลกากร

รวมบริการตัวแทนออกโดย DHL

บุคคลที่สาม (อาจทำให้เกิดความล่าช้า)

ความน่าเชื่อถือ

ส่งตรงเวลา 99%

มีความไม่แน่นอนสูง

โซลูชั่น MyDHL+ ทำให้คุณสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มที่ช่วยจัดการชิปเมนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะจดจำการตั้งค่าที่คุณใช้งานเป็นประจำ แล้วระบบจะช่วยแนะนำตลอดทุกขั้นตอน พร้อมทั้งช่วยตรวจสอบเรื่องฉลากจัดส่งและเอกสารที่ถูกต้องสำหรับการส่งของไปต่างประเทศยังทุกปลายทาง

ชิปเมนต์คุณมีข้อกำหนดพิเศษในการส่ง?

DHL เชี่ยวชาญทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่สินค้ามูลค่าสูง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จนถึงอุปกรณ์การแพทย์ รับคำแนะนำโซลูชั่นการขนส่งที่เหมาะกับธุรกิจคุณ  

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เขียนใบกำกับสินค้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Invoice) อย่างไรให้ศุลกากรยอมรับ?

ใบกำกับสินค้าพาณิชย์เป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพราะเจ้าหน้าที่ต้องใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดอากรและภาษีที่ถูกต้อง คำอธิบายสินค้าที่คลุมเครือหรือไม่ครบถ้วนเป็นสาเหตุหลักของความล่าช้าและนำไปสู่การตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหานี้ เราขอแนะนำให้ใช้เครื่องมือ My Global Trade Services (MyGTS) ของ DHL Express เพื่อค้นหารหัสพิกัดศุลกากร (HS Code) ที่ถูกต้องสำหรับสินค้าของคุณ

  • คำอธิบายสินค้าโดยละเอียด: เช่น ระบุว่า "Men’s 100% Cotton Knitted T-shirts” แทนที่จะระบุเพียง "Clothing" 

  • มูลค่าสินค้าที่ถูกต้อง: แสดงมูลค่าธุรกรรมที่แท้จริงของสินค้า แม้ว่าจะเป็นตัวอย่างสินค้าหรือของขวัญก็ตาม

  • รหัสพิกัดศุลกากร (HS Codes): ใช้เครื่องมือ MyGTS เพื่อค้นหารหัสเฉพาะสำหรับสินค้าของคุณเพื่อลดความเสี่ยงในการชำระภาษีเกินจริง

  • สกุลเงิน: ระบุให้ชัดเจนว่ามูลค่านั้นเป็นสกุลเงินใด เช่น USD หรือ THB

ต้นทุนรวม (Landed Costs) คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ?

ค่าจัดส่งเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของต้นทุนรวมในการนำสินค้าไปถึงมือลูกค้าของคุณ คุณต้องคำนึงถึงอากรและภาษีที่จะถูกเรียกเก็บโดยหน่วยงานศุลกากรของประเทศปลายทางด้วย ยอดรวมนี้เรียกว่าต้นทุนรวม (Landed Cost) และเป็นราคาสุดท้ายที่ลูกค้าของคุณจะต้องคำนึงถึง

ปัจจุบันลูกค้าต่างประเทศจำนวนมากคาดหวังว่าจะได้เห็นต้นทุนเหล่านี้อย่างโปร่งใสที่หน้าชำระเงิน คุณสามารถเลือกจัดส่งแบบ Delivered Duty Paid (DDP) ซึ่งหมายถึงคุณเป็นผู้รับผิดชอบค่าอากรให้ลูกค้า ตัวเลือกยอดนิยมนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ลูกค้าหรือผู้รับต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเมื่อสินค้าไปถึงปลายทาง และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในด้านการให้บริการที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

รายละเอียดค่าใช้จ่าย:

  • ค่าจัดส่ง: ค่าขนส่งจากสินค้าจากต้นทางถึงปลายทาง
  • อากรศุลกากร: ภาษีสำหรับสินค้านำเข้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทผลิตภัณฑ์และจุดหมายปลายทาง
  • ภาษี: ภาษีการบริโภคในท้องถิ่น เช่น VAT หรือ GST ที่เรียกเก็บ ณ จุดนำเข้า
  • ประกันภัย: เบี้ยประกันเล็กน้อยสำหรับคุ้มครองสินค้าจากการสูญหายหรือเสียหาย

 

เราจะสร้างความภักดีของลูกค้าทั่วโลกผ่านประสบการณ์แกะกล่อง (Unboxing) ได้อย่างไร?

การจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศครั้งแรกของคุณถือเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญ ความเร็ว การจัดแจง และความเป็นมืออาชีพโดยรวมของการจัดส่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดภาพลักษณ์ของแบรนด์ในตลาดใหม่ เพื่อการเริ่มต้นการจัดส่งระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจขนาดเล็กจึงควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์การรับสินค้าเป็นพิเศษ

บริการ On Demand Delivery (ODD) ของ DHL Express มอบความยืดหยุ่นให้ลูกค้าในกว่า 150 ประเทศในการเลือกวิธีการ สถานที่ และเวลาที่จะรับพัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศ โดยลูกค้าจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านมือถือพร้อมลิงก์ที่ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถเลื่อนการส่งหรือเปลี่ยนเส้นทางการจัดส่งได้อย่างง่ายดาย

ทำไมลูกค้าทั่วโลกถึงชอบ ODD:

  • มีตัวเลือก: ลูกค้าเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนให้ส่งวันไหนที่พวกเขาสะดวก เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีคนรอรับพัสดุ (ซึ่งต้องการมีการเซ็นรับ)
  • ปลอดภัย: ลูกค้าสามารถอนุญาตฟีเจอร์ Signature Release เป็นการลงนามรับของล่วงหน้า เพื่อให้คูเรียร์ส่งพัสดุไว้ในจุดที่ปลอดภัยที่กำหนดไว้ได้
  • สะดวกสบาย: ลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปรับพัสดุที่ร้านค้าหรือจุดบริการของ DHL Express ได้ระหว่างทางที่ไปทำธุระ
  • ยั่งยืน: ลดความจำเป็นในการจัดส่งซ้ำเพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในการจัดส่งแต่ละครั้ง

 

พร้อมส่งออกแล้วหรือยัง? มาดูเช็กลิสต์สำหรับพัสดุแรกของคุณกัน

ตรวจสอบตามรายการนี้ทุกครั้งก่อนจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณเดินทางได้อย่างราบรื่น การมีเช็กลิสต์ที่เชื่อถือได้คือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจากผู้ส่งออกรายใหม่

  • ตรวจสอบน้ำหนัก: เช็กให้แน่ใจว่าน้ำหนักจริงของสินค้าตรงกับการคำนวณน้ำหนักตามปริมาตร(Volumetric Weight)
  • ยืนยันที่อยู่: ตรวจสอบรหัสไปรษณีย์และรูปแบบที่อยู่ในประเทศปลายทางให้ถูกต้องครบถ้วน เพราะแต่ละประเทศอาจใช้ไม่เหมือนกัน
  • แพ็คให้พร้อมสำหรับการเดินทาง: ใช้กล่องแบบผนังสองชั้นที่แข็งแรงและใส่วัสดุกันกระแทกภายในให้เพียงพอ
  • จัดเตรียมเอกสารให้ครบ: แนบสำเนาใบกำกับสินค้าพาณิชย์ที่กรอกสมบูรณ์แล้วจำนวน 3 ฉบับลงในซองใสกันน้ำ

อย่ารอให้ถึงช่วงวันหยุดยาวอย่างสงกรานต์ แล้วค่อยมาค้นพบปัญหาในซัพพลายเชนของคุณ ในการส่งออกครั้งแรกๆ ควรจะเริ่มต้นด้วยพัสดุขนาดเล็กก่อนและค่อยๆ ขยายขนาดเมื่อคุณมีความมั่นใจและมีประสบการณ์มากขึ้น การค้าโลกเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน และเราพร้อมที่จะสนับสนุนคุณในทุกๆ กิโลเมตรตลอดเส้นทาง

ทบทวนกลยุทธ์การเติบโตสู่ตลาดโลกของคุณวันนี้

ลูกค้าต่างประเทศกำลังรอสินค้าของคุณอยู่ ถ้าคุณยังคงใช้บริการขนส่งทั่วไป คุณกำลังปล่อยให้ภาพลักษณ์ระดับโกลบอลของแบรนด์คุณสั่นไหวไปตามความไม่แน่นอน การเตรียมโลจิสติกส์ที่เป็นมืออาชีพและเชื่อถือได้เป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้คุณขยายธุรกิจไปทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในปี 2026

เราขอแนะนำให้คุณทบทวนระยะเวลาการจัดส่งระหว่างประเทศและคิดเห็นของลูกค้าในตอนนี้ ถ้าคุณเห็นว่ามีการยกเลิกคำสั่งซื้อสูง หรือลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดส่ง อาจถึงเวลาที่ควรพิจารณาหาโลจิสติกส์พาร์ทเนอร์รายใหม่แล้ว เราจะช่วยคุณสร้างเส้นทางการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือได้ ตั้งแต่ยอดขายต่างประเทศครั้งแรกและการส่งออกครั้งต่อๆ ไป

 

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกกับกรมศุลกากรไทยให้เรียบร้อย จากนั้นก็เลือกโลจิสติกส์พาร์ทเนอร์แบบขนส่งด่วนที่สามารถจัดการเดินพิธีการด้านศุลกากรให้คุณได้ คุณต้องค้นหารหัส HS ที่ถูกต้องสำหรับสินค้าของคุณจะได้คำนวณอากรและภาษีได้อย่างแม่นยำสำหรับการจัดส่งทุกครั้ง

ในประเทศไทย สามารถลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกผ่านระบบออนไลน์ของกรมศุลกากร โดยกระบวนการนี้จะเชื่อมโยงกับการลงทะเบียนธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณด้วย โดยทั่วไปมักดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

ใช้เครื่องมือ My Global Trade Services (MyGTS) เพื่อประเมินค่าจัดส่ง อากร และภาษีได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณมีราคาที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้

เราแนะนำให้คุณทำประกันภัยเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับออร์เดอร์ต่างประเทศในครั้งแรกๆ เพราะมันจะช่วยเพิ่มความอุ่นใจและปกป้องการลงทุนของคุณในระหว่างที่คุณกำลังเรียนรู้ และเริ่มคุ้นเคยกับกระบวนการค้าระดับโลกมากขึ้น

เลือกใช้บริการ GoGreen Plus ของ DHL Express ซึ่งใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) บริการนี้จะช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในการจัดส่งและตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ