#เกี่ยวกับDhl

DHL Express ขยายพอร์ตโฟลิโอระดับโลกด้วยบริการ Heavy Weight Express สำหรับการจัดส่งสินค้าน้ำหนักสูงสุด 3,000 กิโลกรัม

ใช้เวลาอ่าน 4 นาที
Heavyweight shipment handling

DHL Express ขยายพอร์ตโฟลิโอระดับโลกด้วยบริการ Heavy Weight Express สำหรับการจัดส่งสินค้าน้ำหนักสูงสุด 3,000 กิโลกรัม

  • บริการ Heavy Weight Express รองรับการขนส่งระหว่างประเทศสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากสูงสุดถึง 1,000 กิโลกรัมต่อชิ้น และไม่เกิน 3,000 กิโลกรัมต่อชิปเมนต์
  • มีทีม Heavy Weight Priority Desks คอยติดตามชิปเมนต์เชิงรุก เพิ่มความแม่นยำและสนับสนุนการบริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
  • DHL Express ขยายธุรกิจในกลุ่มการขนส่งสินค้าน้ำหนักมากเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น

DHL Express ประกาศขยายพอร์ตโฟลิโอบริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศแบบระบุเวลา (Time Definite International) ด้วยการเปิดตัวบริการ Heavy Weight Express (HWX) ทั่วโลก โดยเป็นตัวเลือกการขนส่งด่วนทางอากาศสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักสูงสุดถึง 1,000 กิโลกรัมต่อชิ้น และไม่เกิน 3,000 กิโลกรัมต่อชิปเมนต์ การเปิดตัวบริการดังกล่าวตอกย้ำบทบาทของ DHL Express ในฐานะผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลกที่สามารถรองรับการขนส่งพัสดุที่มีน้ำหนักมากด้วยความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือ ครอบคลุมกว่า 220 ประเทศและเขตปกครองพิเศษทั่วโลก โดยอาศัยเครือข่ายการบินและการขนส่งภาคพื้นดินเฉพาะทางเพื่อให้บริการขนส่งที่ไว้วางใจได้ ภายในระยะเวลาที่แน่นอน และสร้างมาตรฐานการปฎิบัติงานที่สอดคล้องกันในระดับสากล

 

บริการ Heavy Weight Express ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับความตรงต่อเวลาและความน่าเชื่อถือในการจัดส่งเป็นปัจจัยสำคัญทางธุรกิจ โดยผสานความรวดเร็วของบริการ Time‑Definite Delivery เข้ากับการบริหารจัดการแบบครบวงจร การติดตามสถานะเชิงรุก และโครงสร้างราคาแบบรวมค่าใช้จ่ายที่โปร่งใส ซึ่งช่วยลดความผันผวนของอัตราค่าขนส่งและความไม่แน่นอนของต้นทุนที่มักเกิดขึ้นในการขนส่งรูปแบบอื่น ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการขนส่งด่วนที่ทราบระยะเวลาขนส่งที่แน่นอนและเชื่อถือได้ สามารถติดตามสถานะชิปเมนต์ได้อย่างครบถ้วนในทุกขั้นตอน พร้อมมาตรฐานการปฏิบัติงานระดับสูงของ DHL รวมถึงกระบวนการดูแลและจัดการสินค้าที่เข้มงวดสำหรับสินค้าที่เปราะบางต่อแรงกระแทก สินค้ามูลค่าสูง หรือสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัด

 

จอห์น เพียร์สัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DHL Express กล่าวว่า “บริการ Heavy Weight Express ถือเป็นกลยุทธ์ก้าวสำคัญสำหรับธุรกิจของเราในการขยายขอบเขตบทบาทของ DHL Express ในซัพพลายเชนโลก ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้น วงจรการผลิตที่มีความซับซ้อนขึ้น และความเสี่ยงทางการเงินที่เกิดจากความล่าช้าและการหยุดชะงักของกระบวนการภายในซัพพลายเชน DHL Express ได้ยกระดับมาตรฐานการให้บริการทางด้านการขนส่งแก่ลูกค้าจากความสามารถของเราที่เป็นผู้ให้บริการขนส่งแบบด่วนพิเศษ มีพื้นที่รองรับการขนส่งสินค้าปริมาณมาก และความน่าเชื่อถือในการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากถึง 3,000 กิโลกรัม ได้

 

การเปิดตัวบริการ HWX ยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมด้วยการจัดตั้งทีม Heavy Weight Priority Desks ประจำภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยทีมผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวมีหน้าที่ในการติดตามสถานะการจัดส่งเชิงรุก ตรวจจับความผิดปกติล่วงหน้า แก้ไขปัญหาแบบเรียลไทม์ และสื่อสารโดยตรงกับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งจะดำเนินไปอย่างราบรื่น สำหรับชิปเมนต์ประเภท Heavyweight ทุกรายการจะมีผู้ดูแลเคสเฉพาะซึ่งจะคอยประสานงานเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขนส่งกับลูกค้า พร้อมมอบการดูแลอย่างใกล้ชิดในระดับเดียวกันกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์เฉพาะทาง โดยที่ยังคงผลประโยชน์จากโครงสร้างองค์กรระดับโลกของ DHL ซึ่งยึดกระบวนการทำงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกันรอบโลก และควบคุมการดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง

Heavyweight shipment being handled with forklift
ปาริชาติ ประมุขกุล กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว “ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น เทคโนโลยี ยานยนต์ การผลิตภาคอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และพลังงาน ภาคธุรกิจจึงต้องการโซลูชันด้านโลจิสติกส์ที่สามารถรองรับความซับซ้อนของกลไกซัพพลายเชนโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โซลูชั่น Heavy Weight Express ช่วยให้ลูกค้าสามารถขนส่งสินค้าปริมาณมากและภายใต้ระยะเวลาขนส่งที่จำกัดได้อย่างมั่นใจ และเข้าถึงสถานะการขนส่งและควบคุมกระบวนการได้ตลอดเส้นทางการขนส่ง (End-to-End) ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายการเติบโตในตลาดโลก เสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วต่อความคาดหวังของลูกค้าและความต้องการของซัพพลายเชนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”

 

กระบวนการดังกล่าวตอบโจทย์การใช้งานหลักในกลุ่มการส่งออกสินค้าน้ำหนักมาก แบ่งได้เป็น 6 กรณีซึ่งพบเห็นได้ในอุตสาหกรรมทั่วโลก ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของสายการผลิต, การบริหารกระบวนการเปิดตัวสินค้าหรือโปรแกรมภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด, การเพิ่มประสิทธิภาพของเงินทุนหมุนเวียนผ่านการลดปริมาณสินค้าคงคลังสำรอง, การสนับสนุนกระบวนการจัดซื้อในสภาพแวดล้อมการขนส่งขนาดใหญ่, การปฎิบัติตามข้อกำหนดด้านการจัดการสินค้าที่เข้มงวด และการสร้างเสถียรภาพให้กับเครือข่ายซัพพลายเชนที่มีความซับซ้อนสูง กรณีเหล่านี้มักพบได้บ่อยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การผลิตยานยนต์ วิศวกรรมและเครื่องจักรกล วิทยาศาสตร์ชีวภาพและเภสัชกรรม ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่แม้แต่ความล่าช้าเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบทางการเงินได้

 

บริการ HWX ของ DHL Express ยังช่วยลดอุปสรรคจากการพึ่งพาพื้นที่ขนส่งสินค้าของสายการบินที่มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งยังลดความผันผวนของต้นทุนจากค่าธรรมเนียมและค่าบริการเพิ่มส่วนต่างๆ โดยลูกค้าสามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการขนส่งรายเดียวตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง DHL Express บริหารจัดการเครือข่ายโลจิสติกส์ด้วยตนเองอย่างครบวงจร ทั้งเครื่องบินขนส่งสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า จุดรับ-ส่งสินค้า การดำเนินการด้านศุลกากร และการจัดส่งสินค้าไปยังจุดหมายปลายทาง เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจแม้ในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์หยุดชะงักทั่วโลก หรือเกิดข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการขนส่งสินค้าทางอากาศ