5 ขั้นตอนเปลี่ยนหน้าร้านของคุณให้เป็นศูนย์กลางการจัดส่ง
ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ตามลำดับ:
- เชื่อมต่อข้อมูลสต็อก: เชื่อมต่อระบบ Point of Sale (POS) ของคุณเข้ากับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่ออัปเดตจำนวนสต็อกแบบเรียลไทม์
- จัดโซนแพ็กของ: จัดพื้นที่เล็กๆ เฉพาะในห้องหลังร้านสำหรับห่อและติดฉลากพัสดุ
- ฝึกอบรมพนักงาน: สอนพนักงานหน้าร้านให้หยิบ แพ็ก และติดฉลากการจัดส่งด่วนระหว่างประเทศตามแนวทางที่ชัดเจน
- กำหนดเวลารับออเดอร์: กำหนดเวลาตัดรอบสำหรับคำสั่งซื้อออนไลน์ในแต่ละวันให้ชัดเจน เพื่อให้การเตรียมของในวันเดียวกันเสร็จสิ้นก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
- กำหนดเวลานัดรับพัสดุ: นัดหมายเวลารับพัสดุประจำวันกับ DHL Express เพื่อรักษารอบการจัดส่งให้สม่ำเสมอ
คุณจะจัดการโลจิสติกส์แบบ Click and Collect ในตลาดค้าปลีกที่มีความพร้อมสูงได้อย่างไร
บริการ Click and Collect (บริการสั่งซื้อออนไลน์และรับสินค้าที่ร้าน) ในตลาดที่มีความพร้อมสูงอย่างสิงคโปร์ จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีระบบสต็อกสินค้าที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งสามารถจับคู่สต็อกหน้าร้านที่มีอยู่จริงกับสิ่งที่ลูกค้าเห็นบนโลกออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อระบบทำงานผิดพลาด
หากลูกค้ามาถึงร้านแล้วพบว่าสินค้าที่สั่งไว้ยังมาไม่ถึง ความภักดีต่อแบรนด์จะลดลงอย่างมาก บริการ DHL Express Worldwide ช่วยให้ผู้ค้าสามารถจัดการการนำเข้าสต็อกสินค้ามายังร้านค้าปลีก เพื่อสนับสนุนการเติมสต็อกให้จุดรับสินค้าในพื้นที่มีของพร้อมอยู่เสมอ ความคาดหวังของผู้บริโภคในประเทศไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นควรศึกษาความต้องการของลูกค้าในพื้นที่เกี่ยวกับบริการรับสินค้าที่ร้านหรือเครือข่ายล็อกเกอร์รับพัสดุก่อนที่จะตัดสินใจเลือกแนวทางของคุณ
เปรียบเทียบโมเดลการจัดส่งทั้งสามรูปแบบ
นี่คือการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบ:
รูปแบบการจัดส่ง
| แหล่งที่มาของสต็อก
| ปลายทางการจัดส่ง
| ประโยชน์หลัก
|
|---|
อีคอมเมิร์ซมาตรฐาน
| คลังสินค้าส่วนกลาง
| บ้านลูกค้า
| ควบคุมสต็อกส่วนกลางได้สูงสุด และแพ็กของจำนวนมากได้ง่าย
|
Ship from Store
| หน้าร้านค้าปลีก
| ลูกค้าต่างประเทศ
| ลดระยะทางขนส่งโดยการจัดส่งจากหน้าร้านที่อยู่ใกล้ที่สุด
|
Click and Collect
| การนำเข้าจากต่างประเทศ
| สาขาหน้าร้านในพื้นที่
| ขจัดค่าธรรมเนียมการจัดส่งถึงบ้าน และดึงดูดลูกค้าให้มาที่หน้าร้าน
|
คุณจะเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดิจิทัลและซูเปอร์แอปในภูมิภาคได้อย่างไร
คุณสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดิจิทัลในภูมิภาคได้โดยการเชื่อมฐานข้อมูลสต็อกสินค้าของคุณเข้ากับแพลตฟอร์มเหล่านั้นผ่าน API ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ทันทีและจัดส่งในพื้นที่ได้ ไม่ว่าลูกค้าของคุณจะซื้อของจากที่ไหนก็ตาม ในประเทศไทย นี่มักจะหมายถึง 'ซูเปอร์แอป' แบบครบวงจรที่ใช้สำหรับการจัดส่งด่วน การเลือกดูสินค้าบนโซเชียลมีเดีย และการชำระเงินผ่านมือถือ
ได้ออร์เดอร์มาแล้ว ต้องรักษาการจัดส่งให้ยืดหยุ่นตามใจลูกค้า
กลยุทธ์ Omnichannel ของคุณจำเป็นต้องเชื่อมต่อแพลตฟอร์มเหล่านี้เข้ากับหน้าร้าน เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักช้อปสายดิจิทัลเหล่านี้ สำหรับคำสั่งซื้อจากโซเชียลคอมเมิร์ซหรือร้านค้าบนซูเปอร์แอป แอปพลิเคชัน DHL Express Mobile และบริการ On Demand Delivery จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเลือกจุดรับที่ปลอดภัยหรือกำหนดวันจัดส่งใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดปัญหาการจัดส่งไม่สำเร็จ ความยืดหยุ่นดังกล่าวยังช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ซื้อต่างชาติที่สั่งซื้อเป็นครั้งแรกอีกด้วย หากคุณจัดการการขนส่งสินค้าขาออก คุณสามารถเชื่อมต่อระบบหลังบ้านของคุณเข้ากับแพลตฟอร์มอย่าง Grab หรือ LINE ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยได้
4 ความต้องการของผู้บริโภคที่กลยุทธ์นี้ตอบโจทย์
แนวทางนี้ครอบคลุมรายละเอียดที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ซื้อในภูมิภาค:
- การเปลี่ยนเส้นทางที่ยืดหยุ่น: ผู้ซื้อสามารถแก้ไขสถานที่จัดส่งได้ในขณะที่พัสดุกำลังอยู่ระหว่างการขนส่ง
- การแจ้งเตือนทันที: ลูกค้าได้รับการอัปเดตสถานะแบบเรียลไทม์โดยตรงบนอุปกรณ์มือถือ
- ทางเลือกในการรับพัสดุ: ผู้รับสามารถเลือกรับที่จุดบริการในพื้นที่แทนการจัดส่งถึงบ้านได้
- การชำระเงินแบบไร้เงินสด: ระบบชำระเงินที่เชื่อมต่อกันช่วยให้การเก็บภาษีอากร (ถ้ามี) รวดเร็วยิ่งขึ้น