กฎ SoC 30% ในปี 2026 มีผลกับแบตเตอรี่แบบไหน?
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี 2569 คือข้อกำหนดเรื่อง State of Charge (SoC) หรือระดับประจุของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนบางประเภท
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนบางประเภทที่ บรรจุไปพร้อมกับอุปกรณ์ ต้องมีระดับประจุไม่เกิน 30% ก่อนขนส่งทางอากาศ ขณะที่แบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ภายในอุปกรณ์อาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน และในบางกรณี IATA กำหนดเป็นคำแนะนำให้ลดระดับประจุแทนที่จะเป็นข้อบังคับ
ดังนั้น อย่าใช้กฎ 30% กับแบตเตอรี่ทุกชิปเมนต์โดยอัตโนมัติ แต่ควรตรวจสอบก่อนว่า:
- เป็นแบตเตอรี่ Lithium-ion หรือ Lithium-metal
- ส่ง แบตเตอรี่แยก หรือส่งไปพร้อมกับสินค้า
- แบตเตอรี่ บรรจุพร้อมอุปกรณ์ หรือติดตั้งอยู่ภายในอุปกรณ์แล้ว
- มีขนาดและพิกัดพลังงานเท่าไร
สิ่งสำคัญ: หากไม่แน่ใจว่า Shipment ของคุณอยู่ภายใต้กฎ SoC 30% หรือไม่ ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Dangerous Goods ก่อนแพ็กและส่งสินค้า แทนที่จะลดประจุหรือจัดเตรียมเอกสารจากการคาดเดา
UN 38.3 Test Summary คืออะไร และต้องเตรียมอย่างไร?
ก่อนที่แบตเตอรี่ลิเธียมหลายประเภทจะสามารถขนส่งได้ จะต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UN 38.3 ซึ่งเป็นการทดสอบด้านความปลอดภัยสำหรับการขนส่งแบตเตอรี่
เอกสาร UN 38.3 Test Summary ใช้สรุปข้อมูลว่าประเภทแบตเตอรี่นั้นผ่านการทดสอบที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยปกติผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายแบตเตอรี่จะเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูลนี้
สิ่งที่ผู้ส่งควรรู้คือ:
- ต้องสามารถยื่น Test Summary ได้: หากมีการร้องขอ ควรสามารถจัดเตรียมเอกสารที่ตรงกับรุ่นแบตเตอรี่ที่กำลังส่งได้ โดยทั่วไป IATA ไม่ได้กำหนดให้ต้องใส่สำเนา Test Summary ไว้ในทุกกล่อง
- ข้อมูลต้องตรงกับแบตเตอรี่: รุ่น ผู้ผลิต และรายละเอียดแบตเตอรี่ควรตรวจสอบย้อนกลับไปยัง Test Summary ที่เกี่ยวข้องได้
- QR Code (ไม่บังคับ): สามารถใช้ QR Code หรือ URL เพื่อให้เข้าถึงเอกสารออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
หากคุณซื้อสินค้าหรือแบตเตอรี่จาก Supplier แนะนำให้ขอ UN 38.3 Test Summary ตั้งแต่ก่อนเริ่มวางแผนการจัดส่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตามหาเอกสารในวันส่งสินค้า
แพ็กและติดฉลากแบตเตอรี่อย่างไรให้ถูกต้อง?
ข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์และฉลากไม่ได้เหมือนกันสำหรับแบตเตอรี่ทุกประเภท เพราะขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และวิธีที่แบตเตอรี่ถูกบรรจุมากับสินค้า
แต่หลักการพื้นฐานที่ผู้ส่งควรตรวจสอบมีดังนี้:
- ป้องกันการลัดวงจร: ขั้วแบตเตอรี่ต้องได้รับการป้องกันไม่ให้สัมผัสกับโลหะหรือวัสดุที่อาจทำให้เกิด Short Circuit
- ป้องกันการเคลื่อนตัว: แบตเตอรี่และอุปกรณ์ต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์อย่างมั่นคง ไม่เคลื่อนหรือกระแทกกันระหว่างขนส่ง
- ป้องกันการเปิดเครื่องโดยไม่ตั้งใจ: หากแบตเตอรี่อยู่ในอุปกรณ์ ควรแพ็กให้เครื่องไม่สามารถเปิดทำงานเองระหว่างการขนส่งได้
- ใช้ Mark และ Label ให้ตรงกับประเภทชิปเมนต์ ไม่ใช่ทุกการจัดส่ง ต้องใช้ Battery Mark หรือ Hazard Label แบบเดียวกัน
- ตรวจสอบข้อกำหนดของเส้นทาง: ประเทศและสายการบินบางแห่งอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐาน
แบตเตอรี่ที่ ชำรุด บวม รั่ว ถูกเรียกคืน หรือสงสัยว่ามีความเสียหาย มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ และ DHL Express ไม่รับแบตเตอรี่ที่ทราบหรือสงสัยว่าเสียหายหรือมีข้อบกพร่อง