#คําแนะนําเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ

ส่งออกสมุนไพรและเครื่องเทศที่มีฤทธิ์มึนเมาของไทยไปทั่วโลก

7 นาทีอ่าน
facebook sharing button
twitter sharing button
linkedin sharing button
Smart Share Buttons Icon Share
Herbs and spices

อุตสาหกรรมเครื่องเทศและสมุนไพรของประเทศไทยถือเป็นขุมทรัพย์ของรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และแปลกใหม่ ที่ยังรอเปิดตัวสู่สายตาคนทั้งโลก ตั้งแต่ความร้อนเผ็ดของพริกขี้หนูไปจนถึงกลิ่นหอมของตะไคร้ สมุนไพรและเครื่องเทศจากประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องการปลุกต่อมรับรสและช่วยชูรสราติอาหารทุกจาน ไม่ว่าจะใส่ลงในแกง ผัด หรือซุป ส่วนผสมที่มีฤทธิ์มึนเมาเหล่านี้ให้ความซับซ้อนและความลึกของรสชาติที่ไม่มีใครเทียบได้ แทบพูดได้เลยว่าสมุนไพรและเครื่องเทศของไทยนั้นเป็นสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในวัฒนธรรมและอาหารของประเทศ ด้วยชื่อเสียงของสมุนไพรและเครื่องเทศเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักชิมอีกด้วย การใช้สมุนไพรและเครื่องเทศในอาหารช่วยกระตุ้นการขยายตัวของตลาด ตลาดสมุนไพรและเครื่องเทศทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 171 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2023 เป็น 243 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี 2033 ตามที่ระบุโดย Future Market Insights ในบทความนี้เราจะมาสํารวจโลกของเครื่องเทศและสมุนไพรไทย การเดินทางจากไร่ไปสู่โต๊ะอาหาร และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในการนํารสชาติเหล่านี้มาสู่สายตาชาวโลก 

สมุนไพรและเครื่องเทศที่นิยมส่งออกจากประเทศไทย

อาหารเลิศรสของไทยมีชื่อเสียงในด้านการผสมผสานของความเผ็ดร้อน ความหวาน และความเปรี้ยว ซึ่งช่วยชูรสชาติให้อาหารทุกมื้อให้กลายเป็นผลงานชิ้นเอก หัวใจของอาหารนี้คือสมุนไพรและเครื่องเทศหลากหลายชนิดของไทย ซึ่งกําลังกลายเป็นส่วนผสมหลักในอาหารอื่นๆทั่วโลก หากคุณต้องนำสมุนไพรและเครื่องเทศที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ผสมผสานเข้ากับอาหารของคุณเพื่อเพิ่มรสชาติเข้มข้นขึ้นแล้ว ด้านล่างนี้คือรายการสมุนไพรและเครื่องเทศที่นิยมส่งออก:

โหระพา

ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่โดดเด่นโดยมีสมุนไพรแห้งและเครื่องเทศให้เลือกมากมายและส่งออกไปทั่วโลก สมุนไพรแห้งรวมทั้งใบโหระพาไทยนั้นง่ายต่อการจัดเก็บและมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานกว่าเมื่อเทียบกับสมุนไพรสด การที่โหระพามีจําหน่ายในรูปแบบแห้งนั้นทำให้สะดวกในการขนส่งระหว่างประเทศ และทําให้ชุมชนไทยทั่วโลกที่มักใช้โหระพาในการปรุงอาหารทานที่บ้านสามารถหาซึ้อโหระพาได้ง่ายขึ้น โหระพาไทยเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมและเผ็ดร้อน อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบสําคัญในสูตรอาหารไทยหลายเมนู สมุนไพรชนิดนี้สังเกตได้ง่ายๆจากลําต้นที่มีสีม่วงและใบหยักที่สะดุดตา โหระพาไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารแต่ยังช่วยทำให้อาหารดูน่ากินอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นโหระพาไทยยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายเนื่องจากมีวิตามินและน้ำมันหอมระเหยสูง ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและดีต่อระบบย่อยอาหาร โหระพาไทยนับได้ว่าเป็นมรดกตกทอดทางอาหารไทยอันล้ำค่า และได้กลายเป็นสมุนไพรที่นิยมในตลาดโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

ตะไคร้

ตะไคร้เป็นเครื่องเทศที่ใช้กันทั่วไปในอาหารไทยเป็นสมุนไพรที่เพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้กับอาหาร เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการให้กลิ่นซิตรัสและดอกไม้ ทําให้เป็นที่นิยมสําหรับการผสมในชา ซุป ของหวาน และอื่นๆอีกมากมาย ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสมุนไพรและเครื่องเทศแห้งรายใหญ่ที่สุดในโลก และได้ใช้ประโยชน์จากความนิยมของตะไคร้นี้โดยส่งไปยังประเทศต่างๆในต่างประเทศ สมุนไพรนี้มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งแบบสด แบบแห้ง แบบผง และเป็นน้ำมันหอมระเหย ทั้งประโยชน์และสรรพคุณทางยาทําให้ตะไคร้เป็นช่วยสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมเครื่องเทศและสมุนไพร

ข่า

ข่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรแห้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการส่งออกจากประเทศไทย มันเป็นสมุนไพรที่อยู่ในตระกูลเดียวกับขิงและมีรสที่คมชัด รสคล้ายดินและมีกลิ่นหอมของส้มเล็กน้อย ข่ามีสองประเภทหลักคือ ข่า (greater galangal) และกระชาย (lesser galangal) สำหรับข่า (greater galangal)นั้นจะมีรสที่เข้มข้นและฉุนกว่า ในขณะที่ กระชาย (lesser galangal) จะอ่อนกว่าและหวานกว่า ทั้งสองอย่างมักใช้ในการทำซุป สตูว์ และแกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรุงอาหารไทย เชื่อกันว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส สมุนไพรนี้ยังมักใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยาสมุนไพรแผนโบราณ

ประเทศที่นําเข้าสมุนไพรและเครื่องเทศของไทย

เครื่องเทศและสมุนไพรไทยเป็นที่ต้องการทั่วโลกในด้านรสชาติที่สดชื่นและสรรพคุณทางยา จากข้อมูลของ TrendEconomy ประเทศไทยส่งออกสมุนไพรและเครื่องเทศมูลค่า 67 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2564 จุดหมายปลายทางการส่งออกหลัก ได้แก่ ปากีสถาน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา (USA) ซึ่งมีส่วนแบ่งรวมประมาณ 44 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมของวัตถุดิบที่มีกลิ่นหอมเหล่านี้ ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้งสามประเทศนี้ยังคงนําเข้าเครื่องเทศและสมุนไพรไทยเพื่อยกระดับอาหารของพวกเขา

สมุนไพรและเครื่องเทศแห้งเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีอิทธิพลต่ออาหารในประเทศดังกล่าว แต่ยังมีบทบาทสําคัญในการทําอาหารภายในครัวเรือนของคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชุมชนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ สําหรับชาวไทยในต่างแดนการเข้าถึงสมุนไพรและเครื่องเทศแบบไทยแท้เป็นสิ่งจําเป็นสําหรับการปรุงอาหารรสดั้งเดิมของบ้านเกิด และเพิ่มกลิ่นอายของความคิดถึงให้กับอาหารของพวกเขา ด้วยการผสมผสานของสมุนไพรและเครื่องเทศเหล่านี้เข้ากับสูตรอาหารของพวกเขา ไม่เพียงแต่ช่วยให้สามารถรักษาไว้ซึ่งรากเหง้าทางวัฒนธรรมและแต่ยังได้เพลิดเพลินกับรสชาติที่เข้มข้นและมีชีวิตชีวาของอาหารไทยด้วย การใช้สมุนไพรและเครื่องเทศไทยทำให้วัฒนธรรมการทําอาหารของไทยยังคงเติบโตและสร้างชื่อเสียงให้กับอาหารในระดับโลก

สิ่งสําคัญที่คุณต้องรู้ก่อนส่งออกสมุนไพรและเครื่องเทศแห้งจากประเทศไทยคืออะไร?

1. เข้าใจกฎระเบียบศุลกากร

การส่งออกสมุนไพรและเครื่องเทศแห้งจากประเทศไทยอาจเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างมูลค่า แต่สิ่งสําคัญคือต้องตระหนักถึงกฎระเบียบและข้อกําหนดของศุลกากร ประการแรกคือต้องพิจารณาว่าสมุนไพรและเครื่องเทศที่คุณวางแผนจะส่งออกอยู่ภายใต้ข้อจํากัดการส่งออกหรือไม่ เนื่องจากอาจส่งผลต่อเอกสารและการอนุมัติที่จําเป็นสําหรับการจัดส่ง สมุนไพรและเครื่องเทศบางชนิด เช่นกล้วยไม้บางชนิดได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีใบอนุญาต CITES เพื่อส่งออก นอกจากนี้สิ่งสําคัญคือต้องพิจารณาข้อจํากัดหรือข้อห้ามเกี่ยวกับสมุนไพรและเครื่องเทศบางชนิด เนื่องจากอาจนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่นการค้ายาเสพติด ตัวอย่างเช่น เมล็ดงาดําและพืชบางชนิดถูกจํากัดเนื่องจากใช้ในการผลิตฝิ่น

2. รวบรวมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจัดส่ง

ก่อนส่งออกคุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีเอกสารที่จําเป็นทั้งหมดครบถ้วน รวมถึงใบรับรองสุขอนามัยพืช ซึ่งใช้เพื่อยืนยันว่าสมุนไพรและเครื่องเทศปราศจากศัตรูพืชและโรค และใบรับรองแหล่งกําเนิดสินค้าซึ่งใช้ตรวจสอบประเทศต้นทาง เอกสารอื่นๆ ที่จําเป็นอาจรวมถึงใบกํากับสินค้า ใบตราส่งสินค้า รายการบรรจุภัณฑ์ และใบอนุญาตหรือใบรับรองที่จําเป็นอื่นๆ ด้วยการทําความเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกําหนดด้านกฎระเบียบธุรกิจจะช่วยให้คุณสามารถส่งออกสมุนไพรและเครื่องเทศไทยไปต่างประเทศได้สําเร็จ

3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ ช่วยรักษาคุณภาพของเครื่องเทศและสมุนไพร

เมื่อพูดถึงการส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทย การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสําคัญที่จะช่วยรักษารสชาติและกลิ่นไว้ได้ สมุนไพรและเครื่องเทศมีความเสี่ยงต่อปัจจัยแวดล้อม เช่น แสง ความชื้น ความร้อน และออกซิเจน ซึ่งอาจทําให้สูญเสียคุณภาพได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสําคัญที่จะต้องบรรจุในภาชนะที่มีอากาศถ่ายเทซึ่งทนต่อความชื้นและแสง เช่น ภาชนะโลหะหรือแก้วที่มีฝาปิดแน่น

เพื่อปกป้องสมุนไพรและเครื่องเทศเหล่านี้เพิ่มเติมในระหว่างการขนส่งระหว่างประเทศ ขอแนะนําให้ใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติมเช่นถุงปิดผนึกสูญญากาศหรือถุงฟอยล์เพื่อสร้างเกราะป้องกันอากาศและความชื้น วัสดุบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถช่วยป้องกันการปนเปื้อนและรักษาความสดของสมุนไพรและเครื่องเทศได้ 

นอกจากนี้ สิ่งสําคัญคือต้องพิจารณาวิธีการจัดส่งและเวลาขนส่งเมื่อส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรออกจากประเทศไทย โดยทั่วไปแล้วสมุนไพรและเครื่องเทศเหมาะกับการขนส่งทางอากาศเพราะช่วยลดเวลาในการขนส่งและลดความเสี่ยงของการเน่าเสีย การเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้และมีประสบการณ์สามารถให้ความมั่นใจแก่คุณได้ว่าการจัดส่งของคุณจะได้รับการจัดการด้วยความระมัดระวังสูงสุดและจัดส่งอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ร่วมเป็นพันธมิตรกับ DHL Express วันนี้เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านลโจิสติกส์ของคุณ

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เข้าใจถึงความสําคัญของการเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีชื่อเสียงในการจัดส่งสำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่ายของคุณจากประเทศไทย เรานําเสนอโซลูชั่นการจัดส่งที่หลากหลายและตอบสนองทุกความต้องการของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถส่งออกสมุนไพรและเครื่องเทศไปต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ หากต้องการความสะดวก เวลาในการจัดส่งที่เร็วขึ้นและความปลอดภัยสูงสุดสําหรับการจัดส่งทั้งหมดของคุณเพียง สร้างบัญชีธุรกิจ DHL Express วันนี้