สัญญาณเตือน (Red Flags) ในประเทศไทยที่ควรระวังมีอะไรบ้าง?
แต่ละประเทศมีข้อกำหนดและประเด็นด้าน Customs Compliance แตกต่างกัน สิ่งที่สามารถนำเข้าได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตในประเทศหนึ่ง อาจเป็นสินค้าควบคุมในอีกประเทศหนึ่งได้
สำหรับธุรกิจที่นำเข้าหรือส่งออกสินค้าในประเทศไทย ควรให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้:
- สินค้าควบคุม (Controlled Goods): อาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่วนผสมสมุนไพร สินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ และสินค้าเฉพาะประเภทอื่น ๆ อาจต้องได้รับใบอนุญาตหรือผ่านข้อกำหนดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานอื่นตามประเภทสินค้า ก่อนนำเข้าหรือส่งออก
- ข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreements: FTAs): การขอใช้อัตราอากรพิเศษต้องเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) และมีหลักฐานถิ่นกำเนิดหรือเอกสารที่กำหนด การใช้สิทธิ FTA โดยไม่มีหลักฐานรองรับอาจนำไปสู่การประเมินอากรเพิ่มเติมในภายหลัง
- การนำเข้าชั่วคราว (Temporary Scheme): สินค้าที่นำเข้าชั่วคราว เช่น อุปกรณ์สำหรับงานนิทรรศการ การซ่อม หรือวัตถุประสงค์อื่นตามเงื่อนไข ต้องปฏิบัติตามระยะเวลาและข้อกำหนดในการส่งกลับออกนอกราชอาณาจักร หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขอาจเกิดภาระอากรหรือปัญหาด้าน Compliance
DHL Express มีประสบการณ์ด้านพิธีการศุลกากรระหว่างประเทศจากการให้บริการกว่า 220 ประเทศทั่วโลก ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเตรียมข้อมูลและเอกสาร ตามข้อกำหนดของประเทศต้นทางและปลายทางได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะในช่วง Peak Season เช่น ก่อนเทศกาลสงกรานต์หรือช่วงปลายปี การเตรียมเอกสารและตรวจสอบข้อกำหนดล่วงหน้าสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากความล่าช้าที่หลีกเลี่ยงได้
การแก้ไขข้อผิดพลาดโดยสมัครใจช่วยลดความเสี่ยงจากบทลงโทษได้หรือไม่?
หากธุรกิจตรวจพบว่าการสำแดงที่ผ่านมาอาจมีข้อผิดพลาด สิ่งสำคัญคือไม่ควรสมมติว่าการไม่ดำเนินการใด ๆ จะทำให้ปัญหาหายไป เพราะกรมศุลกากรสามารถตรวจสอบเอกสารหลังการตรวจปล่อยสินค้าได้
ในประเทศไทยมี 'โครงการรับชำระค่าภาษีอากรเพิ่ม ณ จุดเดียว (One Stop Service)' ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สุจริตแต่พบว่าชำระค่าอากรหรือภาษีอื่นไม่ครบถ้วน สามารถทบทวนตนเองและยื่นขอชำระส่วนที่ขาดเพิ่มเติมผ่านกองตรวจสอบอากรได้ (ปัจจุบันโครงการได้รับการขยายระยะเวลาถึง 30 กันยายน 2569)
ประโยชน์ของการแก้ไขข้อผิดพลาดโดยสมัครใจ:
- แก้ไขข้อมูลก่อนเกิดปัญหา: เมื่อพบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำในหลายชิปเมนต์ การแก้ไข Master Data หรือขั้นตอนภายในตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต
- ชำระอากรที่ขาดให้ครบถ้วน: สำหรับกรณีที่เข้าเงื่อนไข One Stop Service ผู้ประกอบการสามารถทบทวนและดำเนินการชำระอากรหรือภาษีที่ขาดตามขั้นตอนของกรมศุลกากร
- แสดงถึงการควบคุมภายในที่ดี: การมีขั้นตอนตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดช่วยให้ธุรกิจสามารถแสดงที่มาของข้อมูลและการดำเนินการแก้ไขได้ชัดเจนขึ้น
- แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ: การตรวจพบความผิดพลาดมักเป็นโอกาสให้ธุรกิจทบทวน HS Code, Customs Valuation, Supplier Data หรือขั้นตอนการจัดทำเอกสารทั้งหมด
ทั้งนี้ การเปิดเผยหรือแก้ไขข้อมูลด้วยตนเองไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นค่าปรับโดยอัตโนมัติ ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อผิดพลาด ข้อเท็จจริง และช่องทางที่ใช้ดำเนินการ
ภายใต้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 การยื่นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์ซึ่งอาจทำให้เกิดความสำคัญผิดอาจมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาทตามมาตรา 202 ขณะที่กรณีหลีกเลี่ยงอากรโดยมีเจตนาฉ้ออากรตามมาตรา 243 มีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า รวมถึงโทษปรับตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของอากรที่ต้องเสียเพิ่ม.
หากพบข้อผิดพลาดในการสำแดงย้อนหลัง ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและแนวทางล่าสุดกับกรมศุลกากรหรือที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนดำเนินการ
คุณต้องเก็บรักษาบันทึกทางศุลกากรไว้นานเท่าใด?
อย่างน้อย 5 ปี
ตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ขนส่ง และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนด มีหน้าที่เก็บและรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับของที่ผ่านพิธีการศุลกากรไว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่นำเข้าหรือส่งออก.
นี่เป็นเหตุผลที่ Customs Compliance ไม่ควรจบลงหลังชิปเมนต์ถูกนำส่งสำเร็จ เพราะการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยสามารถเกิดขึ้นภายหลัง และเจ้าหน้าที่อาจต้องทบทวนข้อมูลการนำเข้าหรือส่งออกย้อนหลัง.
ธุรกิจควรมีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ครอบคลุมอย่างน้อย
- ระยะเวลาการเก็บรักษา: เก็บเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่นำเข้าหรือส่งออก
- ค้นหาได้ง่าย: เอกสารควรถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบและสามารถเรียกดูได้เมื่อจำเป็น แทนที่จะเก็บเป็นไฟล์แยกกันโดยไม่มีข้อมูลเชื่อมโยง
- ข้อมูลครบตลอดธุรกรรม: ควรสามารถเชื่อมโยง Commercial Invoice, Packing List, ใบขนสินค้า หลักฐานการชำระเงิน เอกสารการขนส่ง ใบอนุญาต และเอกสารประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับ Shipment ได้
ธุรกิจของคุณพร้อมสำหรับการตรวจสอบหรือยัง?
Customs Compliance ไม่ได้หมายถึงเพียงการกรอกเอกสารให้ผ่านพิธีการในวันนี้ แต่หมายถึงการสามารถพิสูจน์ได้ในอนาคตว่า HS Code ราคาศุลกากร สิทธิ FTA และข้อมูลอื่นที่ใช้ในการสำแดงมีหลักฐานรองรับอย่างเหมาะสม
การเตรียมความพร้อมจึงควรเริ่มจากการสร้างข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็น:
- HS Code และ Product Master Data
- Customs Valuation
- Commercial Invoice
- FTA และเอกสารถิ่นกำเนิดสินค้า
- ใบอนุญาตสำหรับสินค้าควบคุม
- เอกสารการชำระเงินและการขนส่ง
- การจัดเก็บเอกสารย้อนหลังอย่างเป็นระบบ
หากธุรกิจของคุณมีการนำเข้าหรือส่งออกเป็นประจำ การเตรียมข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนจัดส่งช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาศุลกากรในระยะยาว และช่วยให้ช่วงโซ่อุปทานของคุณดำเนินต่อได้อย่างไม่สะดุดและมั่นใจมากขึ้น