ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ประเทศไทยไม่มีขีดจำกัด de minimis ปลอดอากรอีกต่อไป สินค้านำเข้าทั้งหมดจะได้รับการประเมินอากรและ VAT การคำนวณจะอิงตามมูลค่า CIF (Cost, Insurance, and Freight) ซึ่งหมายถึงราคาสินค้าบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัย
การจัดส่งข้ามพรมแดนมักมีความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อผู้รับต้องเผชิญกับภาษีที่ไม่คาดคิด ค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงเหล่านี้อาจทำให้อัตราการคืนสินค้าเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ คู่มือนี้จะช่วยอธิบายวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเกณฑ์นำเข้าแบบปลอดอากร เพื่อให้ธุรกิจของคุณยังคงทำกำไรได้ในการส่งสินค้าเข้ามายังประเทศไทย พร้อมทั้งรักษาความพึงพอใจของลูกค้า
เกณฑ์ de minimis คือเกณฑ์มูลค่าที่กำหนดไว้ ซึ่งหากชิปเมนต์มีมูลค่าต่ำกว่าระดับนี้ ศุลกากรจะไม่เรียกเก็บอากรหรือภาษี โดยทั่วไปแล้ว เกณฑ์นี้ทำหน้าที่เสมือน “สิทธิปลอดภาษี” สำหรับสินค้ามูลค่าต่ำที่นำเข้ามาในประเทศ
วิธีการคำนวณ | รวมอะไรบ้าง? | ผลกระทบด้านภาษี |
|---|---|---|
CIF (Cost, Insurance, Freight) | รวมมูลค่าสินค้า ค่าขนส่งและค่าประกันภัย | มูลค่าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำได้ง่าย จึงทำให้มีชิปเมนต์ที่ต้องเสียภาษีมากขึ้น |
FOB (Free on Board) | เฉพาะมูลค่าสินค้าจริงเtdานั้น | ไม่รวมค่าขนส่ง ทำให้สินค้าที่มีมูลค่าสูงมีโอกาสนำเข้าได้โดยปtdดอากร |
กรมศุลกากร (Thai Customs Department) โดยทั่วไปใช้วิธี CIF เพื่อประเมินมูลค่าสินค้านำเข้า ชิปเมนต์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเอกสาร หรือบรรจุภัณฑ์ อาจเสี่ยงต่อการถูกกักไว้ที่ศุลกากร ทำให้เกิดความล่าช้า หรือถูกส่งคืน โดยผู้ส่งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
รัฐบาลประเทศต่างๆ กำลังปรับลดเกณฑ์ปลอดภาษี (De Minimis) ลง เพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้จากภาษีในยุคที่อีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศ
คุณไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเว็บไซต์ศุลกากรหลายสิบแห่งทุกเช้า เพราะเราจะจัดการข้อมูลเพื่อให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มยอดขายและสร้างการเติบโตให้แบรนด์ของคุณได้อย่างมั่นใจ โดยมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้ช่วยนำทางด้านกฎระเบียบในแต่ละประเทศ
แต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่างกำหนดเกณฑ์ของตนเองเกี่ยวกับการนำเข้าแบบปลอดภาษี ไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งภูมิภาค และมีแนวโน้มที่จะบังคับใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น
การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบศุลกากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะช่วยให้คุณสามารถเลือกตลาดที่ทำกำไรได้มากที่สุดสำหรับคุณ และการมีพันธมิตรที่ติดตามรายละเอียดเหล่านี้อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณสามารถกำหนดความคาดหวังที่ชัดเจนให้กับลูกค้าของคุณก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต้นทุนรวม (Landed Cost) ของคุณ คือต้นทุนทั้งหมดในการนำสินค้าจากต้นทางไปถึงมือลูกค้าของคุณ โดยค่าขนส่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เราแนะนำให้ใช้ DHL Landed Cost Calculator เพื่อคำนวณต้นทุนอย่างแม่นยำ การคำนวณต้นทุนรวมที่ถูกต้องจะช่วยให้ราคาขายสินค้าระหว่างประเทศของคุณยังคงแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้กำไรของคุณหายไปเนื่องจากค่าใช้จ่ายแอบแฝง
การจงใจลดมูลค่าสินค้าที่สำแดงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบอย่างร้ายแรง โดยกรมศุลกากรไทยมีการใช้การติดตามข้อมูลขั้นสูง และเพิ่มการตรวจสอบทางกายภาพเพื่อตรวจจับความผิดปกติ
ความถูกต้อง คือการป้องกันที่ดีที่สุดของคุณจากความล่าช้าที่ด่านศุลกากร ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างราบรื่น โดยไม่ถูกระงับตรวจสอบ และช่วยรักษาความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือสำหรับธุรกิจของคุณ
คุณสามารถรักษาอัตรากำไรสูงไว้ได้ โดยเลือกวิธีการจัดส่งที่หลีกเลี่ยงข้อจำกัดแบบเดิมๆ จากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของประเทศไทย การส่งสินค้าแบบแยกชิ้นอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
โมเดลเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถแข่งขันกับผู้ขายในพื้นที่ได้ทั้งในด้านราคาและความเร็วในการจัดส่ง เราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับทุกตลาด ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจของคุณจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายแอบแฝงคือสิ่งที่คุณเลือกได้ หากคุณพึ่งพาการคาดเดาสำหรับภาษีระหว่างประเทศ คุณกำลังปล่อยให้ประสบการณ์ของลูกค้าตกอยู่ในความเสี่ยง พิธีการศุลกากรของ DHL คือการป้องกันที่ดีที่สุดของคุณต่อค่าธรรมเนียมที่คาดเดาไม่ได้ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของ DHL วันนี้เพื่อตรวจสอบเส้นทางการจัดส่งของคุณและเข้าถึงลูกค้าของคุณด้วยความมั่นใจ
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ประเทศไทยไม่มีขีดจำกัด de minimis ปลอดอากรอีกต่อไป สินค้านำเข้าทั้งหมดจะได้รับการประเมินอากรและ VAT การคำนวณจะอิงตามมูลค่า CIF (Cost, Insurance, and Freight) ซึ่งหมายถึงราคาสินค้าบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัย
หน่วยงานศุลกากรมักมองว่านี่คือการจัดส่งที่มีโครงสร้างเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี พวกเขาติดตามการจัดส่งไปยังที่อยู่เดียวกันและสามารถรวมมูลค่าเข้าด้วยกันได้ ด้วยการยกเลิกเกณฑ์ de minimis ในประเทศไทย กลยุทธ์นี้จะไม่ให้ประโยชน์ใดๆ อีกต่อไป และอาจนำไปสู่ค่าปรับหรือความล่าช้า
คุณสามารถใช้เครื่องมือค้นหาใน MyGTS เพื่อค้นหารหัสระบบฮาร์โมไนซ์ที่เหมาะกับสินค้าของคุณ การหารหัสนี้ให้ถูกต้องมีความสำคัญในการกำหนดอัตราอากรที่ถูกต้อง โดยเฉพาะสำหรับสินค้าควบคุม เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพรบางชนิด ซึ่งได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากกรมศุลกากรไทย
ใช่ หากคุณใช้บริการ DDP (Delivered Duty Paid) ของเรา เราจะจัดการการชำระเงินที่พรมแดนและเรียกเก็บเงินจากคุณในภายหลัง เพื่อให้ลูกค้าของคุณไม่ต้องจ่ายอะไรเลยที่หน้าประตูบ้าน ทำให้มั่นใจได้ถึงประสบการณ์การจัดส่งที่ราบรื่นและเป็นมืออาชีพ
คลิก ที่นี่ สำหรับคำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอากรขาเข้าและ VAT สำหรับสินค้านำเข้าประเทศไทย